ท่าแอโรบิคเพื่อลดหน้าท้อง

การออกกำลังกายที่เป็นกิจกรรมกลุ่ม มีความพร้อมเพรียงและสนุกสนานเร้าใจ ก็ต้องเป็นการออกกำลังกายด้วยท่าแอโรบิค หรือการเต้นแอโรบิก (Aerobic Exercise) ซึ่งมีเสียงเพลงเป็นส่วนประกอบช่วยให้ทุกคนแสดงท่าออกกำลังกายได้อย่างพร้อมเพรียงกัน การเต้นแอโรบิคดีต่อสุขภาพอย่างไร และท่าแอโรบิคช่วยลดหน้าท้องได้หรือไม่ บทความนี้มีคำตอบ

การเต้นแอโรบิค คืออะไร

การเต้นแอโรบิก (Aerobic Exercise) หมายถึง การออกกำลังกายกลางแจ้งด้วยท่าการบริหารที่นำมาประยุกต์เข้ากับจังหวะดนตรีเพื่อให้ผู้ออกกำลังกายรู้สึกสนุกเพลิดเพลินไปกับเสียงเพลง และจังหวะการเต้น ทำให้ร่างกายได้เคลื่อนไหวทุกส่วนแบบคาร์ดิโอ ซึ่งส่งผลดีต่อระบบเผาผลาญทำให้รูปร่างกระชับ กล้ามเนื้อแข็งแรงและปราศจากไขมันส่วนเกิน ลักษณะสำคัญของการออกกำลังกายแบบแอโรบิค คือต้องหายใจในขณะที่กำลังออกกำลังกายเพื่อนำเอาออกซิเจนไปเป็นตัวช่วยในการเผาผลาญคาร์โบไฮเดรต ไขมัน และโปรตีน

การเต้นแอโดรบิคลดหน้าท้อง ได้หรือไม่

แอโรบิค เป็นการออกกำลังกายรูปแบบหนึ่ง จุดประสงค์ของการออกกำลังกายก็เพื่อให้เกิดความยืดหยุ่นและความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ สำหรับท่าทางของการเต้นแอโดรบิคที่นำมาประยุกต์ให้เข้ากับจังหวะเพลง เน้นความสนุกสนาน นิยมออกกำลังกายเป็นกลุ่มโดยมีผู้นำเต้น ทำให้เกิดความพร้อมเพรียงสวยงาม แต่ละท่าเต้นยังมีความยากง่าย เริ่มจากท่าเต้นในระดับเบื้องต้น ระดับกลาง และระดับชำนาญแล้ว การเต้นแอโดรบิค ปกติเป็นกิจกรรมสร้างเสริมสุขภาพเพื่อการลดน้ำหนัก การเต้นเพื่อลดหน้าท้องจึงเป็นเรื่องที่ทำได้ เพราะเป็นการบริหารร่างกายทุกส่วน ถือเป็นกิจกรรมกลุ่มที่กำลังเป็นที่นิยมของทุกเพศ ทุกวัย

การเต้นแอโรบิค ควรเตรียมความพร้อมอย่างไร

การเต้นแอโรบิค เป็นกิจกรรมที่ต้องมีความคล่องตัว การเตรียมตัวเตรียมความพร้อม โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการลดหน้าท้องและลดหน้ำหนักส่วนเกิน ควรเตรียมความพร้อม ดังนี้
1.เลือกสวมเสื้อผ้าให้กระชับ พอดีตัว เนื้อผ้าเหมาะกับรูปแบบของกิจกรรมเพื่อความคล่องตัว
2.ควรสวมรองเท้าผ้าใบและสวมถุงเท้าทุกครั้ง เพื่อป้องกันการบาดเจ็บของเท้า
3.หลีกเลี่ยงการสวมเสื้อผ้าที่มีความหนาจนเกินไป เพราะทำให้อากาศถ่ายเทไม่สะดวก เมื่อมีเหงื่อก็จะทำให้เกิดความอับชื้นได้ง่าย ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญทำให้เกิดสิวและเกิดเชื้อราได้
4.ควรเตรียมผ้าชับเหงื่อ เช่นผ้าขนหนู หรือผ้าบัปซึ่งเป็นผ้าเอนกประสงค์ ไว้ซับเหงื่อหรือโพกศีรษะเพื่อป้องกันแสงแดด
5.งดรับประทานอาหารก่อนการเต้นแอโรบิค 1.30-2.00 ชั่วโมง เพื่อป้องกันอาการจุก เสียด อาเจียน ที่อาจเกิดขึ้นขณะเต้นแอโรบิคได้
6.การเต้นแอโรบิก เป็นกิจกรรมที่ทำให้เสียเหงื่อมาก ควรเตรียมขวดน้ำไว้ดื่ม ช่วงหยุดพักหรือมีไว้แก้อาการกระหายน้ำ และยังป้องกันอาการร่างกายขาดน้ำ เพราะอาจทำให้ช็อกได้
7.สำหรับคนที่มีโรคประจำตัวหรือมีโรคเรื้อรัง เช่น ความดัน เบาหวาน หรือโรคอื่นๆ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อขอคำแนะนำและตรวจสอบความพร้อมของร่างกาย ก่อนเลือกรูปแบบการออกกำลังกายด้วยการเต้นแอโรบิค

ท่าเต้นแอโรบิคเพื่อลดหน้าท้อง

การเต้นแอโรบิกมีการนำท่าทางการเต้นมาประยุกต์ให้เข้ากับเสียงเพลงได้หลายรูปแบบ ส่วนใหญเน้นจังหวะที่สนุกสนานและเป็นจังหวะที่ใช้ความเร็ว รุนแรง สำหรับคนที่สนใจการเต้นแอโรบิคเพื่อลดหน้าท้อง อาจเริ่มฝึกฝนจากท่าง่ายๆ ที่สามารถทำได้ด้วยตัวเองหรือออกกำลังกายเพียงลำพังที่บ้านได้ก่อน เมื่อเริ่มปรับตัวปรับร่างกายได้แล้ว ค่อยๆพัฒนาและเข้าร่วมเต้นกับกลุ่มที่มีกิจกรรมการเต้นแอโรบิคกันเป็นประจำ ท่าเต้นแอโรบิคที่เป็นพื้นฐานสำหรับการลดหน้าท้อง เริ่มจากขั้นตอนง่ายๆ ดังนี้
1.เลือกเพลงที่มีจังหวะสนุกสนาน และไม่รวดเร็วมากนัก
2.ยืนแยกขาทั้งสองข้าง ให้มีลักษณะพร้อมสำหรับการทรงตัว
3.เริ่มจังหวะแรกด้วยการวางมือทั้งสองข้างไว้ที่สะเอว แล้วเริ่มโยกตัวตามจังหวะเพลง โดยขยับปลายเท้าขึ้นลงพร้อมๆกับโยกตัวเล็กน้อยไปทางด้านซ้ายและด้านขวาสลับกัน นับ 1-15 หรือ 1-10
4.ต่อด้วยท่าที่สอง โยกตัวเหมือนเดิมแต่เริ่มเหวี่ยงแขนขวาไปทางซ้าย สลับกับการเหวี่ยงแขนซ้ายมาทางด้านขวา นับ 1.15 หรือ 1-20
5.ท่าที่สาม โยกตัวตามจังหวะเหมือนเดิม เปลี่ยนเป็นการเหวี่ยงแขนทั้งสองข้างพร้อมกันเริ่มจากด้านซ้ายสลับไปด้านขวาพร้อมกันทั้งสองข้าง นับ1.15 หรือ 1-20
6.ท่าที่สี่ โยกตัวอยู่กับที่ ตั้งแขนเป็นมุมฉาก เหวี่ยงแขนไปทางด้านหน้าและด้านหลังสลับกัน พร้อมกับโยกตัวตามเสียงเพลง นับ1.15 หรือ 1-20
7.ท่าที่ห้า โยกตัวอยู่กับที่เหมือนเดิม เปลี่ยนเป็นตั้งแขนทั้งสองข้างเป็นมุมฉาก เหวี่ยงเข้าจังหวะไปทางด้านซ้ายแล้วสลับมาด้านขวา พร้อมๆกับการโยกตัวตามเสียงเพลง แขนทั้งสองข้างต้องเหวี่ยงพร้อมกัน นับ1.15 หรือ 1-20
7.ท่าที่หก โยกตัวอยู่กับที่เหมือนเดิม เปลี่ยนเป็นเหยียดแขนตรงขนานไปกับลำตัว โยกตัวตามเสียงเพลง โยกหัวไหล่ดึงแขนขึ้นลงสลับกันซ้ายขวา ขณะที่แขนเหยียดตรงนับ1.15 หรือ 1-20
8.ท่าที่เจ็ด เด้งตัวแตะขาไปด้านหน้าวางสันเท้าแตะพื้นทำสลับกันซ้ายขวา พร้อมๆกับย่อตัวลงเล็กน้อย นับ1.15 หรือ 1-20
9.ท่าที่แปด โยกตัวก้าวเท้าไปทางด้านข้างเตะเท้าชนกันแล้วสลับมาอีกด้าน ทำสลับกันซ้ายขวา พยายามโยกตัวตามจังหวะเพลง นับ นับ1.15 หรือ 1-20
10.ท่าที่เก้า ยืนแยกเท้าในท่าเดิม แขนตั้งฉากแนบลำตัว เหวี่ยงเอวไปทางด้านซ้ายสลับด้านขวา เหวียงแขนสลับกัน โยกเอวไปทางด้านซ้ายให้เหวี่ยงแขนไปทางด้านขวา ทำเร็วๆตามจังหวะเพลง นับ1.15 หรือ 1-20
11.ท่าที่สิบ ยืนแยกขาในท่าเดิม เปลี่ยนจากการเหวี่ยงเอวเป็นเกร็งหน้าท้อง แขนทั้งสองข้างตั้งฉากด้านหน้า โยกตัวตามเสียงเพลงเคลื่อนแขนที่ตั้งฉากมาชนกันแล้วดึงออก ให้เข้าจังหวะกับเสียงเพลง
ท่าเต้นแอโรบิกทั้ง 10 ท่าเป็นพื้นฐานการเต้นที่ช่วยให้คนต้องการลดความอ้วนหรือลดหน้าท้อง ได้เตรียมพร้อมร่างกาย เรียนรู้จัหวะการสปริงตัวและขยับส้นเท้า เมื่อเกิดความเคยชินร่างกายเคลื่อนไหวได้คล่องก็จะสามารถร่วมเต้นออกกำลังกายร่วมกับกลุ่มได้อย่างสนุกสนานและคล่องแคล่ว ช่วยให้การลดหน้าท้องเห็นผลได้อย่างรวดเร็ว

ซิตอัพให้หน้าท้องยุบ และ มี Six Pack

ในยุคนี้การมีรูปร่างสวยสมส่วนเพียงอย่างเดียวคงยังไม่พอ การบริหารกล้ามเนื้อหน้าท้องสร้างซิกซ์แพ็ก (six pack) เป็นสิ่งที่คนรักสุขภาพและชื่นชอบการออกกำลังกายต้องการ แต่หลายคนอาจมีปัญหาเรื่องไขมันหน้าท้องทำให้การสร้าง Six Pack ทำได้ยากและใช้เวลานาน ควรซิตอัพอย่างไรเพื่อลดไขมันหน้าท้อง บทความนี้มีความรู้มาแนะนำ

การสร้าง Six Pack คืออะไร

ซิกซ์แพ็ก (Six Pack) คือ กล้ามเนื้อที่แบนเรียบและแข็งแกร่งบริเวณหน้าท้อง ซึ่งทุกคนมีเหมือนๆกัน แต่จะเห็นซิกซ์แพ็ก ของแต่ละคนได้มากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับไขมันที่ปกคลุมอยู่ หากมีไขมันบริเวณหน้าท้องหรือมีพุงยื่นออกมา ก็จะไม่เห็นกล้ามเนื้อหน้าท้องเมื่อต้องการสร้าง Six Pack จึงต้องลดปริมาณไขมันให้ได้ก่อน การสร้างซิกซ์แพ็ก (Six Pack) ทำได้หลายวิธีและการซิตอัพหรือครันช์ คือท่าการบริหารอีกวิธีหนึ่งสำหรับฝึกกล้ามเนื้อบริเวณหน้าท้องให้กระชับมีซิกซ์แพ็ก

ซิตอัพอย่างไร ให้หน้าท้องลด และ มี Six Pack

ทุกคนมีกล้ามท้องติดตัวมาแต่เกิด เพราะธรรมชาติสร้างให้มนุษย์ทุกคนเกิดมาพร้อมกล้ามท้องที่แบนราบและแข็งแรงเพื่อใช้งาน แต่การมีไขมันหน้าท้องทำให้มองไม่เห็นกล้ามเนื้อและการสร้าง Six Pack ของแต่ละคนก็ทำได้ยาก ดังนั้นก่อนการซิตอัพหรือบริหารหน้าท้องจะต้องกำจัดไขมันหน้าท้องให้หมดไปด้วยวิธีต่อไปนี้
1.ควบคุมการบริโภคตามหลักโภชนาการ การลดปริมาณไขมันบริวณพุงหรือหน้าท้องต้องเริ่มจากการควบคุมอาหาร ในแต่ละวันร่างกายควรได้รับพลังงานประมาณ 18-26 แคลอรี่ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ตัวอย่างเช่น มีน้ำหนักตัว 55 กิโลกรัม ร่างกายควรได้รับพลังงานอยู่ที่ 990 – 1430 แคลอรี่
2.เพิ่มการทานอาหารที่มีโปรตีนให้มากขึ้น การทานอาหารประเภทโปรตีนนอกจากลดไขมันหน้าท้องได้แล้ว ยังเสริมช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อโดยปริมาณโปรตีนที่เหมาะสมร่างกายต้องการสารอาหารวันละ 2-3 กรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม
3.จำกัดปริมาณคาร์โบไฮเดรต สำหรับคนที่ต้องการบริหารกล้ามเนื้อหน้าท้อง เพื่อสร้าง Six Pack คาร์โบไฮเดรตเป็นแหล่งพลังงานหลักที่ร่างกายต้องนำไปใช้ในกิจกรรมและการดำเนินชีวิต การทานคาร์โบไฮเดรตที่เหมาะสม จะส่งผลดีต่อสุขภาพ ทำให้ลดหน้าท้องและมี Six Pack โดยปริมาณคาร์โบไฮเดรตที่ร่างกายต้องการในช่วงลดไขมันหน้าท้องจะอยู่ราว 40-50 เปอร์เซ็นของพลังงานที่ร่างกายต้องการ
4.ช่วงลดไขมันหน้าท้องและสร้าง Six Pack ควรเลือกทานไขมันที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ได้แก่ไขมันจากปลา ธัญพืช และน้ำมันมะกอก
5.คาร์ดิโอเพื่อช่วยเผาผลาญไขมัน การคาร์ดิโอที่เหมาะสมจะช่วยเผาผลาญไขมันได้ดี และกิจกรรมที่น่าสนใจได้แก่ การวิ่ง การว่ายน้ำ การปั่นจักรยาน การเดิน และการกระโดดเชือก
6.เล่นเวทเพื่อเร่งระบบเผาผลาญและสร้างมวลกล้ามเนื้อ ช่วยเบิร์นไขมัน ทำให้การซิทอัพเพื่อสร้างกล้ามเนื้อหน้าท้อง ทำได้ง่ายและเห็นผลเร็วขึ้น
7.ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินให้เหมาะสม แม้การออกกำลังกายเพื่อลดไขมันและสร้าง Six Pack จะไม่ได้ให้ความสำคัญกับการเพิ่มหรือลดลงของน้ำหนักตัวมากนัก แต่หากพฤติกรรมการบริโภคยังมีผลต่อการเกิดไขมันหน้าท้อง การซิทอัพเพื่อสร้าง Six Pack ก็ไม่เกิดผลลัพธ์

ขั้นตอนการซิทอัพ เพื่อให้หน้าท้องลดและ มี Six Pack


ซิทอัพเป็นการบริหารที่ช่วยเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อหน้าท้อง ทำให้หน้าท้องแบนราบและเป็นรอน ซึ่งบ่งบอกถึงความแข็งแรงและการมีสุขภาพที่ดี

การมี Six Pack นอกจากต้องขจัดไขมันส่วนเกินบริเวณหน้าท้องให้หมดไปก่อน การซิทอัพในท่าที่ถูกต้องจะช่วยลดอาการบาดเจ็บที่อาจเกิดขึ้น และยังทำให้หน้าท้องมี Six Pack ตามต้องการ

การซิทอัพมีขั้นตอนที่ถูกต้อง ดังนี้

1.เริ่มด้วยท่านอนหงาย จากนั้นเกร็งหน้าท้อง ยกลำตัวขึ้น พร้อมๆ กับงอเข่าและยกขาขึ้น
2.กลับสู่ท่านอนหงาย วางมือทั้งสองข้างแนบกับพื้น แล้วยกขาทั้งสองข้างเหยียดขึ้นประมาณ 45 องศา เสร็จแล้ววางขาลงกับพื้น นับเป็น 1 ครั้ง
3.ทำขั้นตอนที่ 1 และ 2 ซ้ำกัน 15 ครั้ง 3 เซ็ต
4.ท่านอนหงาย แขนทั้งสองข้างเหยียดไปด้านบนศีรษะ ยกขาทั้งสองข้างลอยขึ้นจากพื้นเหยียดตรง คลายรูปเรือ
5.จากนั้นยกแขน ขา และลำตัวด้านบนขึ้นพร้อมๆ กัน
5.ทำขั้นตอนที่ 4 และขั้นตอนที่ 5 ซ้ำกัน 15 ครั้ง 3 เซ็ต
6.ท่านอนหงาย วางมือทั้งสองข้างไว้หลังศีรษะ ยกขาขึ้นงอเข่า ทำมุม 90 องศา
7. จากนั้นยกสะโพกขึ้น ดึงเข่าเข้าหาตัว อาจใช้มือทั้งสองข้างยันพื้นเพื่อช่วยพยุงตัว
8. ทำขั้นตอนที่ 6 และขั้นตอนที่ 7 ซ้ำกัน 15 ครั้ง 3 เซ็ต

ประโยชน์ของการซิทอัพ

การซิทอัพ เป็นการออกกำลังกายเพื่อบริหารกล้ามเนื้อภายในร่างกายหลายส่วน เช่น กล้ามเนื้อหน้า อก คอ กล้ามเนื้อหลังส่วนล่าง กล้ามเนื้อข้อต่อสะโพก และยังช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อหน้าท้อง การซิทอัพยังช่วยเผาผลาญแคลอรี่ ขจัดไขมันหน้าท้องได้อย่างเห็นผลช่วยเสริมโครงสร้างร่างกาย ทำให้มีบุคลิกและรูปร่างที่ดูดีขึ้นโดยไม่ต้องลดน้ำหนัก
ซิทอัพ (Six Pack) ก็คือ การมีกล้ามเนื้อหน้าท้องหรือกล้ามเนื้อส่วนกลางลำตัวที่แข็งแรง โดยปกติคนเรามีกล้ามเนื้อหน้าท้องอยู่แล้ว แต่การซิทอัพหรือออกกำลังกายเพื่อขจัดไขมันส่วนเกินออกไป และสร้างกล้ามเนื้อหน้าท้องหรือทำให้มี Six Pack ขึ้นมามีประโยชน์หลายด้าน ดังนี้

1. ด้านสุขภาพ การมีกล้ามเนื้อหน้าท้องที่แข็งแรง ช่วยพยุงอวัยวะภายในให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม ป้องกันการกระทบกระเทือนของอวัยวะภายในขณะเคลื่อนไหว
2. ด้านบุคลิกภาพ คนที่มีรูปร่างสมส่วนกล้ามเนื้อกระชับไม่มีพุง ไม่มีไขมันส่วนเกิด มีบุคลิกภาพที่ดี แต่งกายและเลือกสวมใส่เสื้อผ้าได้ง่าย ทำให้มีความมั่นในตัวเอง
3.การมีกล้ามเนื้อหน้าท้องที่แข็งแรงหรือมี Six Pack ส่งผลดีต่อการออกกำลังกายทุกรูปแบบ ทำให้ฝึกออกกำลังกายในท่ากายบริหารต่างๆได้นิ่ง มีประสิทธิภาพลดความเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุต่างๆจากการออกกำลังกายได้ดี
4.ด้านการใช้ชีวิต การมี Six Pack หรือแกนกลางลำตัวที่แข็งแรงทำให้ร่างกายโดยรวมแข็งแรง การเหยียด การก้าว หรือการเคลื่อนไหวในชีวิตประจำวัน เป็นไปด้วยความคล่องแคล่ว
อย่างไรก็ตาม การออกกำลังกายด้วยการซิทอัพ เพื่อสร้างกล้ามเนื้อหน้าท้องหรือทำให้มี Six Pack ก็มีข้อจำกัดสำหรับคนที่มีปัญหาสุขภาพ และผู้ที่กำลังตั้งครรภ์ หากไม่ได้ออกกำลังกายภายใต้การดูแลของผู้ทักษะความรู้ ควรหลีกเลี่ยงและเลือกออกกำลังกายที่เหมาะกับสุขภาพหรือเลือกวิธีกำจัดไขมันหน้าท้องด้วยวิธีอื่น

ฮูลาฮูปลดหน้าท้องได้จริงหรือ

กิจกรรมการออกกำลังกาย ที่ทำให้เกิดความสนุกเพลิดเพลิน และช่วยลดหน้าท้อง ขจัดไขมันส่วนเกินให้หมดไปมีหลายรูปแบบ การเล่น ฮูลาฮูป ถือเป็นหนึ่งในกิจกรรมการออกกำลังกายที่ได้รับความนิยม และเชื่อว่าสามารถทำให้หน้าท้องลดลงได้อย่างเห็นผล การเล่นฮูลาฮูปช่วยลดหน้าท้องได้จริงหรือไม่ บทความนี้มีคำตอบ

อุปกรณ์ ฮูลาฮูป คืออะไร

ฮูลาฮูป (Hula hoop) คืออุปกรณ์ที่มีลักษณะเป็นห่วงพลาสติกกลมๆ ใช้สำหรับการออกกำลังกาย ในอดีต ฮูลาฮูป มีวิวัฒนาการมาจากเถาองุ่นแห้ง พัฒนามาเป็นอุปกรณ์ทำมาจากไม้ ไม้ไผ่ และหญ้า ในยุคอียิปต์โบราณมีหลักฐานพบว่าคนกรีก เล่นฮูล่าฮูป เพื่อออกกำลังกาย และต่อมาในทศวรรษ 1950 ฮูลาฮูปกลายเป็นของเล่นของคนยุคนั้นอีกทั้งยังสร้างกระแสโด่งดังไปทั่วโลก ปัจจุบัน ฮูลาฮูป เป็นทั้งของเล่นและยังสามารถนำไปเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการออกกำลังกายได้ด้วย

ฮูลาฮูป มีประโยชน์อย่างไร

ปัจจุบัน ฮูลาฮูป เป็นของเล่นและอุปกรณ์สำหรับการออกกำลังกายที่ได้รับความนิยม และเป็นที่ชื่นชอบของคนทุกรุ่นทุกวัย การใช้ประโยชน์แบ่งออกเป็น 2 ด้าน ได้แก่
1.ประโยชน์ด้านความบันเทิง ฮูลาฮูป เป็นอุปกรณ์ที่นิยมนำมาประกอบการแสดงเพื่อเพิ่มสีสัน และสร้างความน่าสนใจให้กับการแสดงชุดนั้นๆ เช่น การแสดงแสดงคอนเสิร์ต ใช้เป็นอุปกรณ์ประกอบการแสดงของเด็กๆในกิจกรรมวันสำคัญต่างๆ
2.ประโยชน์ด้านสุขภาพ การเล่น ฮูลาฮูป ถือเป็นการออกกำลังกายที่เหมาะกับคนทุกเพศทุกวัย เพราะการออกกำลังกายโดยใช้ ฮูลาฮูป เป็นอุปกรณ์ประกอบ ช่วยให้หัวใจสูบฉีดได้ดี ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดไปสู่สมอง ช่วยเสริมสร้างความมั่นคงให้กับกล้ามเนื้อทั้งลำตัว และที่สำคัญการออกกำลังกายด้วยอุปกรณ์ ฮูลาฮูป เพียง 20 นาที สามารถเผาพลาญไขมันส่วนเกินในร่างกายได้ถึง 200 – 300 แคลอรี

การเล่น ฮูลาฮูป กับการลดหน้าท้อง

การออกกำลังกายด้วย ฮูลาฮูป ส่วนที่ได้ประโยชน์มากที่สุด คือกล้ามเนื้อหน้าท้อง หรือกล้ามเนื้อแกนกลางของร่างกาย กล้ามเนื้อสะโพก ต้นขาด้านข้าง กล้ามเนื้อก้น ทำให้กล้ามเนื้อกระชับแข็งแรง และการเล่นที่ถูกต้องถูกวิธี ยังทำให้ไขมันหน้าท้องลดลงอย่างรวดเร็ว สำหรับเทคนิคการเล่น ฮูลาฮูป เพื่อให้หน้าท้องลดลงอย่างรวดเร็วทำได้ ดังนี้
1.มีเทคนิคในการใช้อุปกรณ์ และมีท่วงท่าที่ถูกต้อง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการลดน้ำหนักให้เห็นผลได้อย่างรวดเร็ว
2. คนที่เริ่มเล่นใหม่ๆ ต้องใจเย็นและเริ่มการเล่นและใช้อุปกรณ์อย่างถูกวิธี โดยเริ่มตามขั้นตอนต่อไปนี้
* ให้เริ่มจากถือห่วงฮูลาฮูปในแนวราบสูงระดับหัวเข่า แล้วก้าวขาเข้าไปอยู่ในห่วง
* ยกห่วงขึ้นมาอยู่ที่ระดับเอว และถือห่วงด้วยมือทั้งสองข้าง โดยดันห่วงมาด้านหน้าให้หลังคุณชนกับห่วง
* จากนั้นใช้มือทั้งสองเหวี่ยงห่วงไปด้านซ้ายให้ห่วงหมุนไปรอบเอว และหล่นลงพื้นไป
* สำหรับคนที่เริ่มฝึกเล่นให้ทำแบบนี้สัก 2-3 ครั้ง เพื่อให้รู้สึกถึงการหมุนของห่วงรอบเอว
3.ฝึกหมุนเอววนไปเป็นวงกลมโดยไม่ต้องมีอุปกรณ์ จนรู้สึกถึงทิศทางการหมุนของเอว
4.ฝึกหมุนโดยมีอุปกรณ์ฮูลาฮูป เริ่มจากดันห่วงไปทางด้านซ้ายและเริ่มขยับเอวไปทางซ้ายตามห่วง เคลื่อนเอวไปทางด้านหลัง ด้านขวาและด้านหน้า วนเป็นวงกลมตามการเคลื่อนไหวของห่วง พยายามประคองห่วงไม่ให้หล่นลงพื้นได้นานที่สุด
3.เมื่อเริ่มเล่นได้บ้างสามารถประคองห่วงและควบคุมจังหวะการหมุนของเอวกับอุปกรณ์ได้สัมพันธ์กันแล้ว ส่ายเอวให้พยายามเกร็งกล้ามเนื้อบริเวณหน้าท้อง ส่วนข้อเข่าให้หมุนหรือโยกให้น้อยที่สุด เน้นการออกกำลังและเกร็งบริเวณรอบๆเอวเป็นหลัก
การออกกำลังกายด้วยการเล่นฮูลาฮูปเพื่อลดน้ำหนักและลดหน้าท้องให้เห็นผลอย่างรวดเร็ว ต้องอาศัยความสม่ำเสมอ เมื่อสามารถควบคุมหรือประคองห่วงไม่ให้หล่นพื้นได้แล้ว ผู้เล่นจะรู้สึกสนุกสนานและเพลิดเพลิน ไม่ควรเล่นนานหรือหนักมากเกินไปควรเล่นเพียงวันละ 1-2 ครั้ง เไม่เกินครั้งละ 30 นาที และทำอย่างสม่ำเสมอ ควบคู่ไปกับการเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ ก็จำให้การออกกำลังกายด้วยการเล่น ฮูลาฮูป มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

เทคนิค การเล่นฮูลาฮูปให้ได้ผลดีมากที่สุด

1.ก่อนและหลังการเล่นควรยืดเหยียดกล้ามเนื้อ เพื่อเป็นการวอร์มอัพและผ่อนคลายกล้ามเนื้อทุกครั้ง
2.ท่ายืน ให้แยกเท้าประมาณช่วงไหล่เพื่อให้ขาทั้งสองข้างรับน้ำหนักเท่าๆกัน
3.เมื่อเริ่มเล่นให้นำห่วงมาคล้องที่ลำตัวให้อยู่ระดับเอว มือทั้งสองข้างจับที่ห่วง พยายามให้ห่วงขนานกับพื้น จะช่วยให้เวลาเหวี่ยงทำได้ง่ายขึ้น
4.ลักษณะการเล่นที่ถูกต้อง หากถนัดมือขวา ให้ออกแรงเหวี่ยงจากมือและไหล่ขวาไปทางด้านซ้าย ให้ห่วงขนานกับพื้น เหวี่ยงจนห่วงสามารถเลี้ยงอยู่ที่เอวได้มากขึ้น จึงส่ายเอวมารับ การฝึกเล่นที่ทำได้ช้าเนื่องจากผู้เล่นใจร้อนรีบส่ายเอวรับห่วงทำให้การหมุนกับการส่ายเอวไม่สัมพันธ์กัน
5.น้ำหนักของ ฮูลาฮูป ก็มีผลต่อการฝึกเล่น สำหรับคนที่ฝึกเล่นใหม่ๆควรใช้ฮูลาฮูปที่มีน้ำหนักเบาๆก่อน
6.การใช้เพลงประกอบและการฝึกเล่น ควรเริ่มจากเบาๆหรือเล่นวันเว้นวันไปก่อน เมื่อร่างกายและกล้ามเนื้อมีความแข็งแรงมากขึ้นจึงค่อยๆ เพิ่มความเร็วในการหมุนห่วง หรือใช้เพลงที่มีจังหวะเร็วขึ้น

การออกกำลังกายด้วย ฮูลาฮูป ดีต่อสุขภาพอย่างไร

1.ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อ ฟื้นฟูกล้ามเนื้อรอบเอว ทำให้มีความกระชับ แข็งแรง และยืดหยุ่นตัวดีขึ้น
2.การเล่นฮูลาฮูป ช่วยพัฒนาบุคลิกภาพ ทำให้รูปร่างกระชับได้รูปทรง รอบเอวได้สัดส่วน
3.เป็นกิจกรรมที่ทำให้ผู้เล่นสนุกเพลิดเพลิน
4.ช่วยชะลอการเสื่อมสภาพของเซลล์กล้ามเนื้อ ทำให้กล้ามเนื้อกระชับแข็งแรง ไม่แก่ก่อนวัย
5.การฝึกฮูลาฮูป ยังเป็นการฝึกสมาธิ ทำให้จิตใจไม่ฟุ้งซ่านและลดความเครียดได้
กิจกรรมการออกกำลังกายด้วยการเล่น ฮูลาฮูป เพื่อลดหน้าท้องหรือลดความอ้วน เน้นการเคลื่อนไหวกล้ามเนื้อบริเวณหน้าท้องและเอว ช่วยให้การลดไขมันหน้าท้องเห็นผลได้เร็วขึ้น แต่ทั้งนี้ต้องมีความสม่ำเสมอ และทำควบคู่ไปกับการทานอาหารประเภทผักผลไม้ ก็จะทำให้การลดหน้าท้องเห็นผลได้เร็วยิ่งขึ้น

ออกกำลังกายหน้าท้องไม่ลด

การออกกำลังกายเพื่อให้มีรูปร่างสมส่วนทำได้หลายวิธี และการดูแลรูปร่างที่ดีต้องไม่ปล่อยให้มีไขมันสะสมอยู่ตามส่วนต่างๆของร่างกาย กล้ามเนื้อต้องกระชัย หน้าท้องต้องมีซิกแพก หรือ Abs (Abdominal Muscles) แต่หลายคนออกกำลังกายแล้วหน้าท้องก็ยังไม่ลด เป็นเพราะสาเหตุใด บทความนี้มีคำตอบ

การออกกำลังกายเพื่อควบคุมน้ำหนัก

สำหรับคนที่มีน้ำหนักส่วนเกินหรือเป็นโรคอ้วน การออกกำลังกายเป็นวิธีควบคุมน้ำหนักหรือทำให้น้ำหนักตัวลดลงได้อย่างเห็นผล แต่ทั้งนี้ต้องเลือกรูปแบบกิจกรรมการออกกำลังกายที่เหมาะสม และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งนอกจากลดน้ำหนักได้แล้วยังควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในระดับที่เราต้องการโดยไม่กลับมาอ้วนอีก ประเด็นการออกกำลังกายยังไม่ได้มีประโยชน์เฉพาะการลดหรือควบคุมน้ำหนักเท่านั้น แต่ยังมีผลงานการวิจัยระบุว่าการออกกำลังกายด้วยการเล่นโยคะ มีส่วนช่วยลดความเครียดและทำให้มีสมาธิในการทำงานดีขึ้น

ความแตกต่างระหว่างการลดน้ำหนักและการลดไขมัน

คนส่วนใหญ่มักเข้าใจว่าการออกกำลังกายเพื่อลดน้ำหนัก ก็คือการทำให้ไขมันส่วนเกินที่สะสมอยู่ตามส่วนต่างๆของร่างกายหมดไป ทำให้น้ำหนักตัวลดลงและมีรูปร่างที่สมส่วน ซึ่งความเข้าใจเหล่านี้ไม่ถูกต้องทั้งหมด เพราะบางคนรูปร่างไม่อ้วน แต่มีไขมันส่วนเกินสะสมอยู่ตามส่วนต่างๆของร่างกาย โดยเฉพาะบริเวณหน้าท้อง เมื่อออกกำลังกายไขมันบริเวณหน้าท้องก็ยังไม่ลดลง นั้นเป็นเพราะการลดไขมันไม่ใช่การลดน้ำหนัก วิธีการออกกำลังกายจึงต้องแตกต่างกัน

การออกกำลังกายเพื่อลดน้ำหนัก คืออะไร

การออกกำลังกายเพื่อลดน้ำหนัก หมายถึง การทำให้น้ำหนักโดยรวมของร่างกายทั้งหมดลดลง ด้วยการอ้างอิงจากตัวเลขที่ปรากฎบนตาชั่งน้ำหนักเป็นเกณฑ์ ซึ่งนอกจากการออกกำลังกายแล้วการลดน้ำหนักอาจจะต้องมีวิธีการอื่นทำควบคู่ไปกับการออกกำลังกาย เช่น เน้นทานอาหารประเภทผักและผลไม้ เพื่อให้ร่างกายได้รับไฟเบอร์มากๆ ควบคุมปริมาณแคลอรี่ทำให้ร่างกายได้รับต่อวันน้อยลง เพื่อช่วยให้น้ำหนักลดอย่างรวดเร็ว

การออกกำลังกายเพื่อลดไขมัน คืออะไร

การออกกำลังกายเพื่อลดไขมัน หมายถึง การออกกำลังกายและควบคุมอาหารเพื่อขจัดไขมันส่วนเกินที่สะสมอยู่ตามส่วนต่างๆของร่างกายให้หมดไปแล้วสร้างกล้ามเนื้อขึ้นมาแทนที่ การออกกำลังกายเพื่อลดไขมันไม่ได้ให้ความสำคัญหรือหรือเอาตัวเลขของน้ำหนักตัวบนตาชั่งมาเป็นเกณฑ์ การขจัดไขมันเฉพาะส่วนไม่ได้ทำให้นำหนักเปลี่ยนแปลงไปมากนัก เพียงแค่ตัวช่วยเสริมเพื่อให้เราทราบถึงน้ำหนักมวลรวมที่เปลี่ยนแปลงไปเท่านั้น
ความแตกต่างระหว่างการลดน้ำหนักและการลดไขมัน ที่เห็นได้อย่างชัดเจนก็คือ การลดไขมันให้ความสำคัญกับหุ่นและรูปร่างที่กระชับแข็งแรงและได้สัดส่วน การออกกำลังกายของกลุ่มนี้จะเน้นไปที่การสร้างกล้ามเนื้อ ออกกำลังกายหนัก และต้องการโปรตีนในปริมาณที่มากเพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อ โดยทั่วไปการออกกำลังกายที่เหมาะสมมี 3 วิธีใหญ่ ได้แก่
1. การออกกำลังกายแบบใช้ออกซิเจน (aerobic exercise)
การออกกำลังกายโดยใช้ออกซิเจนในระบบเผาผลาญ เป็นการออกกำลังกายเพื่อเพิ่มสมรรถภาพของ
ปอดและหัวใจ ช่วยลดไขมันในเลือด ลดความดันโลหิต และลดความเครียดได้ ซึ่งการออกกำลังกายประเภทนี้จะไม่เน้นความแรงหรือความหนัก แต่จะเน้นเรื่องระยะเวลาที่ใช้ในการออกกำลังกายเป็นสำคัญ รูปแบบการออกกำลังกาย เช่น การวิ่ง ว่ายน้ำ และปั่นจักรยาน
สำหรับระยะเวลาในการออกกำลังกายแบบใช้ออกซิเจน หากต้องการออกกำลังกายเพื่อเพิ่มสมรรภาพของปอดและหัวใจ ควรใช้เวลาออกกำลังกายไม่น้อยกว่า 30 นาทีต่อครั้ง ส่วนการออกกำลังกายเพื่อลดความอ้วน ควรใช้เวลาในการออกกำลังกายประมาณ 45 นาที ถึง 1 ชั่วโมง
2.การออกกำลังกายเพื่อเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ (Strength Training)
การออกกำลังกายเพื่อเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ เป็นการออกกำลังกายแบบฝึกกล้ามเนื้อโดยการเพิ่มแรงต้านเฉพาะส่วน เช่น การยกน้ำหนัก การใช้ยางยืด การยกดัมเบล ซึ่งแต่ละท่าจะใช้วิธีทำซ้ำๆหลายๆครั้ง จุดประสงค์เพื่อเพิ่มความแข็งแร็งของกล้ามเนื้อ เพิ่มความสามารถในการทำงาน เพิ่มความสามารถในการเผาผลาญพลังงาน ลดไขมันเฉพาะส่วน เช่น ไขมันบริเวณพุงและหน้าท้อง
3.การออกกำลังกายเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่น (Flexibility)
การออกกำลังกายด้วยวิธีนี้แม้จะไม่ได้ลดไขมันโดยตรง แต่จะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่น เพิ่มความสามารถในการทรงตัวช่วยให้ร่างกายเคลื่อนไหวได้ดีขึ้น และช่วยลดปัญหาการยึดติดของข้อต่อ ซึ่งรวมถึงช่วยลดอาการปวดที่จะเกิดขึ้นในขณะเคลื่อนไหว

สาเหตุหลักๆ ที่ออกกำลังกายแล้วหน้าท้องไม่ลด

1.ออกกำลังกายไม่ถูกวิธี ปกติการออกกำลังกายทำได้หลายรูปแบบแต่การขจัดไขมันหน้าท้อง ควรเลือกวิธีออกกำลังกายเพื่อเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ (Strength Training) ซึ่งสามารถเผาผลาญพลังงาน หรือลดไขมันเฉพาะส่วนได้
2.ขาดความสม่ำเสมอ การออกกำลังกายเพื่อขจัดไขมันหน้าท้องนอกจากจะต้องใช้ระยะเวลาในการออกกำลังกาย เช่น ออกกำลังกายครั้งละไม่น้อยกว่า 30 นาที และต้องมีความสม่ำเสมอ หรือออกกำลังกายให้ได้อย่างน้อยสัปดห์ละ 3 ครั้ง
3.ใจร้อน ส่วนมากคนที่ออกกำลังกายโดยมีจุดประสงค์เพื่อต้องการลดความอ้วนหรือลดไขมันหน้าท้อง ต้องการเห็นผลอย่างรวดเร็ว ทำให้ออกกำลังกายอย่างหักโหมโดยหวังจะให้หน้าทองยุบหรือแบนราบอย่างรวดเร็ว เมื่อทำแล้วไม่เห็นผลก็จะเกิดความเบื่อหน่ายแล้วล้มเลิกไปในที่สุด
4.พฤติกรรมการบริโภค ไม่คุมอาหารหรือไม่ปรับเปลี่ยนพฤกรรมการบริโภคควบคู่ไปกับการบริหาร เช่น หลีกเลี่ยงอาหารประเภททอดๆ ลดของมัน
5.ขาดความรู้ที่ถูกต้อง การออกกำลังกายเพื่อลดพุงหรือทำให้หน้าท้องแบนราบ เป็นการสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อให้เข้ามาแทนที่ไขมัน นอกจากการออกกำลังกายอย่างถูกวิธี มีความสม่ำเสมอแล้ว ต้องมีความรู้เกี่ยวกับการสร้างกล้ามเนื้อ รู้จักอุปกรณ์ที่ใช้ออกกำลังกาย รู้หลักโภชนาการอย่างถูกต้อง
การออกกำลังกายเพื่อดูแลสุขภาพ หรือออกกำลังกายโดยมีจุดประสงค์เพื่อลดน้ำหนักส่วนเกิน สร้างกล้ามเนื้อและขจัดไขมันลดพุงลดหน้าท้อง ให้ประสบความสำเร็จและเห็นผลอย่างรวดเร็ว ขึ้นอยู่กับองค์ประกอบหลายๆด้าน แต่สิ่งสำคัญก็คือ ความมีระเบียบวินัยในตัวเอง เพราะการมีสุขภาพดี มีรูปร่างที่สมส่วนต้องเริ่มจากตัวเราเอง

ออกกำลังเพื่อลดหน้าท้องด้วย HIIT

การออกกำลังกายเป็นการดูแลสุขภาพที่มีหลายรูปแบบ และยังแบ่งออกเป็นหลายโซนเริ่มตั้งแต่ระดับเบาสุดจนถึงหนักสุด ซึ่งการออกกำลังกายในแต่ละโซนก็ส่งผลดีต่อสุขภาพแตกต่างกัน สำหรับผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับไขมันหน้าท้องหรือมีพุงยื่นออกมา HIIT คือเทคนิคการออกกำลังกายเพื่อการลดหน้าท้องอย่างรวดเร็ว

HIIT คืออะไร

HIIT ย่อมาจาก High Intensity Interval Training หมายถึง การออกกำลังกายแบบหนักและเบาสลับกันไปในช่วงระยะเวลาที่กำหนดไว้ เพื่อเร่งและลดอัตราการเต้นของหัวใจ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลดน้ำหนัก ลดไขมันส่วนเกินและสร้างกล้ามเนื้อ โดยปกติการออกกำลังกายแบบ HIIT จะใช้เวลาทั้งหมดประมาณ 30 นาทีต่อครั้ง แต่อัตราการเผาผลาญพลังงานจะมากพอๆกับการออกกำลังกายภายในระยะเวลาส 1-2 ชั่วโมง

HIIT ลดหน้าท้องอย่างรวดเร็ว ได้อย่างไร

มีผลงานการวิจัยในประเทศสวีเดน ระบุว่าการออกกำลังกายแบบ HIIT ช่วยเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อได้ดีมาก เนื่องจากการออกกำลังกายแบบหนักจะทำให้มีการนำพลังงานมาทดแทนได้มากกว่าการออกกำลังรูปแบบอื่น เพราะใช้คาร์โบไฮเดรตเป็นแหล่งพลังงานเมื่อร่างกายเสียคาร์โบไฮเดรตก็จะดึงไขมันมาใช้ทดแทน ทำให้สามารถลดหน้าท้องได้อย่างรวเร็ว แต่เพื่อให้ร่างกายได้พักผ่อนจากการออกกำลังกายแบบหนัก จึงไม่ควรทำติดต่อกันมากกว่า3 วันต่อสัปดาห์

HIIT กับเทคนิคออกกำลังกาย เพื่อลดหน้าท้องอย่างรวดเร็ว

HIIT คือการออกกำลังกายแบบเข้มข้นที่จะช่วยให้เห็นผลลัพธ์ได้อย่างรวดเร็ว ดังนั้นการ HIIT อย่างถูกวิธีก็คือช่วยให้ลดหน้าท้องได้อย่างเห็นผลในเวลาอันรวดเร็ว โดยมีเทคนิคการออกกำลังกาย ดังนี้
1.การวอร์มอัพ ก่อนออกกำลังกายทุกครั้งต้องมีการวอร์มหรืออบอุ่นกล้ามเนื้อ มีการยืดเส้นยืดสายเตรียมความพร้อมให้ร่างกายก่อน เพื่อป้องกันปัญหา และลดการบาดเจ็บที่อาจเกิดขึ้นจากการออกกำลังกายแบบ HIIT
2.กำหนดเวลา การกำหนดเวลาสำหรับการออกกำลังกายเป็นการวางแผนอย่างเป็นระบบ ตัวอย่างเช่น เลือกการออกกำลังกายด้วยการปั่นจักรยาน กำหนดความเร็วในการปั่นไว้อย่างน้อย 90 วินาที จากนั้นค่อยๆผ่อนความเร็วลงเหลือ 30 วินาที แล้วกลับไปปั่นด้วยความเร็วภายในเวลา 90 วินาที แล้วผ่อนความเร็วลงใช้เวลา 30 วินาทีเท่าเดิม อาจทำจาก 3-5 รอบแล้วเพิ่มเป็น 7-10 รอบ
3.ควรเลือกและโฟกัสการออกกำลังกายแบบ HIIT เพียงอย่างเดียว เพราะวิธีนี้จะทำให้มีความมุ่งมั่น ไม่ปรับเปลี่ยนไปเลือกการออกกำลังกายเพื่อลดหน้าท้องรูปแบบอื่นๆ ทำให้เสียเวลาและไม่เห็นผลได้ง่าย
4.มีเป้าหมายอย่างชัดเจน ตัวอย่าง เช่น ต้องลดหน้าท้อง หรือลดน้ำหนักให้ได้ภายใน 3 เดือนหรือ 6 เดือน

ประโยชน์ของ HIIT กับการออกกำลังกายเพื่อลดหน้าท้อง

HIIT เป็นเทคนิคการออกกำลังกายที่สามารถนำไปประยุกต์เข้ากับการออกกำลังกายได้เกือบทุกประเภท เช่น การวิ่ง ว่ายน้ำ การปั่นจักรยาน หรือกิจกรรมการออกกำลังกายรูปแบบอื่นๆ โดยสูตรที่นิยมนำมาปรับประยุกต์ใช้ คือ 2:1 ตัวอย่างเช่น ปั่นจักรยานเร็วๆ 90 วินาที แล้วผ่อนปั่นช้าๆ 30 วินาที แล้วกลับมาทำซ้ำแบบเดิมอีก 3-5 รอบหรือตามความต้องการ ประโยชน์ของ HIIT กับการออกกำลังกาย ได้แก่
1. ช่วยเร่งระบบเผาผลาญ การนำ HIIT มาประยุกต์ใช้กับการออกกำลังกายทุกประเภท จะช่วยกระตุ้นการทำงานของกล้ามเนื้อ ทำให้ร่างกายมีมวลกล้ามเนื้อไร้ไขมัน (Lean Muscle Mass) มากขึ้น
2. มีความต่อเนื่อง ทำให้เกิดการเผาผลาญไขมันอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ เพราะการออกกำลังกายแบบ HIIT เป็นการออกกำลังกายแบบหนัก จนทำให้หายหอบและถี่ ดังนั้นร่างกายจึงต้องใช้ออกซิเจนมากขึ้นทั้งระหว่างและหลังจากออกกำลังกาย นั่นหมายความว่าร่างกายเรา จะยังเผาผลาญไขมันไปเรื่อยๆประมาณ 1-2 ชั่วโมง หลังออกกำลังกายเสร็จ
3. ช่วยเผาผลาญไขมันส่วนเกินได้อย่างเห็นผล มีผลงานการวิจัยจากหลายสถาบันระบุว่าการออกกำลังกายแบบ HIIT หากปฎิบัติอย่างต่อเนื่อง เพียง 3 ครั้ง ต่อสัปดาห์ ครั้งละ 20 นาที สามารถเผาผลาญไขมันได้มากถึง 2 กิโลกรัม
4.ประหยัดเวลา การออกกำลังกายแบบ HIIT ตอบโจทย์ความต้องการของคนที่ต้องการลดน้ำหนักหรือลดหน้าท้องอย่างเร่งด่วน เพราะเป็นวิธีการออกกำลังกายที่ใช้เวลาไม่มากแต่สามารถเผาผลาญไขมันมากและเผาผลาญไขมันได้อย่างต่อเนื่อง
5.ดีและมีประโยชน์ต่อสุขภาพ การออกกำลังกายแบบ HIIT ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจ ความดันโลหิต และช่วยลดน้ำตาลในเลือด ทำให้ร่างกายตอบสนองต่ออินซูลินมากขึ้น เพราะพลังงานแคลอรี่ถูกนำไปใช้มากขึ้นร่างกายก็จะสะสมไขมันน้อยลง

วิธีการออกกำลังกายแบบ HIIT

การออกกำลังกายแบบ HIIT จะประกอบด้วย การออกกำลังกายอย่างหนัก และเบา ๆ สลับกัน ลักษณะการ HIIT นิยมนำไปประยุกต์กับการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ เพื่อขจัดไขมันหน้าท้อง เนื่องจากเป็นวิธีที่ทำแล้วเห็นผลได้อย่างรวดเร็ว
ตัวอย่างการออกกำลังกายแบบ HIIT
1.กระโดดเชือก 30 วินาที พัก 10 วินาที ทำสลับกันไปทั้งหมด 3-5 รอบ แล้วค่อยๆเพิ่มจำนวนรอบ เป็น 5-10 รอบ
2.การวิ่ง 15 นาที แบ่งเป็นวิ่งเร็ว 15 วินาที แล้วเปลี่ยนเป็นวิ่งเหยาะ 5 วินาที สลับกันไปจนครบ 15 นาที
3.ซิทอัพ 5 นาที โดยซิทอัพ 50 ครั้ง สลับกับการพัก 30 วินาที ไปเรื่อย ๆ จนครบ 5 นาที
4.วิดพื้น 30 ครั้ง สลับกับการพัก 30 วินาที ไปเรื่อย ๆ จนครบ 10 นาที
5.วิ่งอยู่กับที่ 50 วินาที แล้วพัก 10 วินาที ทำ 3-5 รอบ

ข้อควรระวังในการออกกำลังกายแบบ HIIT

การออกกำลังกายแบบ HIIT เหมาะสำหรับคนที่มีสุขภาพและร่างกายแข็งแรง คนที่มีปัญหาสุขภาพควรได้รับคำแนะนำจากแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญ เพื่อเลือกกิจกรรมและกำหนดวิธีการออกกำลังกายที่เหมาะสม ส่วนคนทั่วไปที่เริ่มออกกำลังกายแบบ HIIT ควรเลือกรูปแบบการออกกำลังกายแบบที่ตนเองชื่นชอบ เพื่อช่วยให้รู้สึกสนุกเพลิดเพลินไปกับการออกกำลังกาย
การมีไขมันส่วนเกินบริเวณหน้าท้อง หรือมีน้ำหนักตัวเกินมาตรฐานที่เรียกว่า โรคอ้วน นอกจากมีปัญหาต่อบุคลิกภาพแล้ว ยังเป็นปัญหาต่อสุขภาพในหลายๆด้าน HIIT คือเทคนิคการออกกำลังกาย ที่ช่วยขจัดปัญหาไขมันหน้าท้องได้อย่างรวเร็ว