ฮูลาฮูปลดหน้าท้องได้จริงหรือ

กิจกรรมการออกกำลังกาย ที่ทำให้เกิดความสนุกเพลิดเพลิน และช่วยลดหน้าท้อง ขจัดไขมันส่วนเกินให้หมดไปมีหลายรูปแบบ การเล่น ฮูลาฮูป ถือเป็นหนึ่งในกิจกรรมการออกกำลังกายที่ได้รับความนิยม และเชื่อว่าสามารถทำให้หน้าท้องลดลงได้อย่างเห็นผล การเล่นฮูลาฮูปช่วยลดหน้าท้องได้จริงหรือไม่ บทความนี้มีคำตอบ

อุปกรณ์ ฮูลาฮูป คืออะไร

ฮูลาฮูป (Hula hoop) คืออุปกรณ์ที่มีลักษณะเป็นห่วงพลาสติกกลมๆ ใช้สำหรับการออกกำลังกาย ในอดีต ฮูลาฮูป มีวิวัฒนาการมาจากเถาองุ่นแห้ง พัฒนามาเป็นอุปกรณ์ทำมาจากไม้ ไม้ไผ่ และหญ้า ในยุคอียิปต์โบราณมีหลักฐานพบว่าคนกรีก เล่นฮูล่าฮูป เพื่อออกกำลังกาย และต่อมาในทศวรรษ 1950 ฮูลาฮูปกลายเป็นของเล่นของคนยุคนั้นอีกทั้งยังสร้างกระแสโด่งดังไปทั่วโลก ปัจจุบัน ฮูลาฮูป เป็นทั้งของเล่นและยังสามารถนำไปเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการออกกำลังกายได้ด้วย

ฮูลาฮูป มีประโยชน์อย่างไร

ปัจจุบัน ฮูลาฮูป เป็นของเล่นและอุปกรณ์สำหรับการออกกำลังกายที่ได้รับความนิยม และเป็นที่ชื่นชอบของคนทุกรุ่นทุกวัย การใช้ประโยชน์แบ่งออกเป็น 2 ด้าน ได้แก่
1.ประโยชน์ด้านความบันเทิง ฮูลาฮูป เป็นอุปกรณ์ที่นิยมนำมาประกอบการแสดงเพื่อเพิ่มสีสัน และสร้างความน่าสนใจให้กับการแสดงชุดนั้นๆ เช่น การแสดงแสดงคอนเสิร์ต ใช้เป็นอุปกรณ์ประกอบการแสดงของเด็กๆในกิจกรรมวันสำคัญต่างๆ
2.ประโยชน์ด้านสุขภาพ การเล่น ฮูลาฮูป ถือเป็นการออกกำลังกายที่เหมาะกับคนทุกเพศทุกวัย เพราะการออกกำลังกายโดยใช้ ฮูลาฮูป เป็นอุปกรณ์ประกอบ ช่วยให้หัวใจสูบฉีดได้ดี ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดไปสู่สมอง ช่วยเสริมสร้างความมั่นคงให้กับกล้ามเนื้อทั้งลำตัว และที่สำคัญการออกกำลังกายด้วยอุปกรณ์ ฮูลาฮูป เพียง 20 นาที สามารถเผาพลาญไขมันส่วนเกินในร่างกายได้ถึง 200 – 300 แคลอรี

การเล่น ฮูลาฮูป กับการลดหน้าท้อง

การออกกำลังกายด้วย ฮูลาฮูป ส่วนที่ได้ประโยชน์มากที่สุด คือกล้ามเนื้อหน้าท้อง หรือกล้ามเนื้อแกนกลางของร่างกาย กล้ามเนื้อสะโพก ต้นขาด้านข้าง กล้ามเนื้อก้น ทำให้กล้ามเนื้อกระชับแข็งแรง และการเล่นที่ถูกต้องถูกวิธี ยังทำให้ไขมันหน้าท้องลดลงอย่างรวดเร็ว สำหรับเทคนิคการเล่น ฮูลาฮูป เพื่อให้หน้าท้องลดลงอย่างรวดเร็วทำได้ ดังนี้
1.มีเทคนิคในการใช้อุปกรณ์ และมีท่วงท่าที่ถูกต้อง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการลดน้ำหนักให้เห็นผลได้อย่างรวดเร็ว
2. คนที่เริ่มเล่นใหม่ๆ ต้องใจเย็นและเริ่มการเล่นและใช้อุปกรณ์อย่างถูกวิธี โดยเริ่มตามขั้นตอนต่อไปนี้
* ให้เริ่มจากถือห่วงฮูลาฮูปในแนวราบสูงระดับหัวเข่า แล้วก้าวขาเข้าไปอยู่ในห่วง
* ยกห่วงขึ้นมาอยู่ที่ระดับเอว และถือห่วงด้วยมือทั้งสองข้าง โดยดันห่วงมาด้านหน้าให้หลังคุณชนกับห่วง
* จากนั้นใช้มือทั้งสองเหวี่ยงห่วงไปด้านซ้ายให้ห่วงหมุนไปรอบเอว และหล่นลงพื้นไป
* สำหรับคนที่เริ่มฝึกเล่นให้ทำแบบนี้สัก 2-3 ครั้ง เพื่อให้รู้สึกถึงการหมุนของห่วงรอบเอว
3.ฝึกหมุนเอววนไปเป็นวงกลมโดยไม่ต้องมีอุปกรณ์ จนรู้สึกถึงทิศทางการหมุนของเอว
4.ฝึกหมุนโดยมีอุปกรณ์ฮูลาฮูป เริ่มจากดันห่วงไปทางด้านซ้ายและเริ่มขยับเอวไปทางซ้ายตามห่วง เคลื่อนเอวไปทางด้านหลัง ด้านขวาและด้านหน้า วนเป็นวงกลมตามการเคลื่อนไหวของห่วง พยายามประคองห่วงไม่ให้หล่นลงพื้นได้นานที่สุด
3.เมื่อเริ่มเล่นได้บ้างสามารถประคองห่วงและควบคุมจังหวะการหมุนของเอวกับอุปกรณ์ได้สัมพันธ์กันแล้ว ส่ายเอวให้พยายามเกร็งกล้ามเนื้อบริเวณหน้าท้อง ส่วนข้อเข่าให้หมุนหรือโยกให้น้อยที่สุด เน้นการออกกำลังและเกร็งบริเวณรอบๆเอวเป็นหลัก
การออกกำลังกายด้วยการเล่นฮูลาฮูปเพื่อลดน้ำหนักและลดหน้าท้องให้เห็นผลอย่างรวดเร็ว ต้องอาศัยความสม่ำเสมอ เมื่อสามารถควบคุมหรือประคองห่วงไม่ให้หล่นพื้นได้แล้ว ผู้เล่นจะรู้สึกสนุกสนานและเพลิดเพลิน ไม่ควรเล่นนานหรือหนักมากเกินไปควรเล่นเพียงวันละ 1-2 ครั้ง เไม่เกินครั้งละ 30 นาที และทำอย่างสม่ำเสมอ ควบคู่ไปกับการเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ ก็จำให้การออกกำลังกายด้วยการเล่น ฮูลาฮูป มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

เทคนิค การเล่นฮูลาฮูปให้ได้ผลดีมากที่สุด

1.ก่อนและหลังการเล่นควรยืดเหยียดกล้ามเนื้อ เพื่อเป็นการวอร์มอัพและผ่อนคลายกล้ามเนื้อทุกครั้ง
2.ท่ายืน ให้แยกเท้าประมาณช่วงไหล่เพื่อให้ขาทั้งสองข้างรับน้ำหนักเท่าๆกัน
3.เมื่อเริ่มเล่นให้นำห่วงมาคล้องที่ลำตัวให้อยู่ระดับเอว มือทั้งสองข้างจับที่ห่วง พยายามให้ห่วงขนานกับพื้น จะช่วยให้เวลาเหวี่ยงทำได้ง่ายขึ้น
4.ลักษณะการเล่นที่ถูกต้อง หากถนัดมือขวา ให้ออกแรงเหวี่ยงจากมือและไหล่ขวาไปทางด้านซ้าย ให้ห่วงขนานกับพื้น เหวี่ยงจนห่วงสามารถเลี้ยงอยู่ที่เอวได้มากขึ้น จึงส่ายเอวมารับ การฝึกเล่นที่ทำได้ช้าเนื่องจากผู้เล่นใจร้อนรีบส่ายเอวรับห่วงทำให้การหมุนกับการส่ายเอวไม่สัมพันธ์กัน
5.น้ำหนักของ ฮูลาฮูป ก็มีผลต่อการฝึกเล่น สำหรับคนที่ฝึกเล่นใหม่ๆควรใช้ฮูลาฮูปที่มีน้ำหนักเบาๆก่อน
6.การใช้เพลงประกอบและการฝึกเล่น ควรเริ่มจากเบาๆหรือเล่นวันเว้นวันไปก่อน เมื่อร่างกายและกล้ามเนื้อมีความแข็งแรงมากขึ้นจึงค่อยๆ เพิ่มความเร็วในการหมุนห่วง หรือใช้เพลงที่มีจังหวะเร็วขึ้น

การออกกำลังกายด้วย ฮูลาฮูป ดีต่อสุขภาพอย่างไร

1.ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อ ฟื้นฟูกล้ามเนื้อรอบเอว ทำให้มีความกระชับ แข็งแรง และยืดหยุ่นตัวดีขึ้น
2.การเล่นฮูลาฮูป ช่วยพัฒนาบุคลิกภาพ ทำให้รูปร่างกระชับได้รูปทรง รอบเอวได้สัดส่วน
3.เป็นกิจกรรมที่ทำให้ผู้เล่นสนุกเพลิดเพลิน
4.ช่วยชะลอการเสื่อมสภาพของเซลล์กล้ามเนื้อ ทำให้กล้ามเนื้อกระชับแข็งแรง ไม่แก่ก่อนวัย
5.การฝึกฮูลาฮูป ยังเป็นการฝึกสมาธิ ทำให้จิตใจไม่ฟุ้งซ่านและลดความเครียดได้
กิจกรรมการออกกำลังกายด้วยการเล่น ฮูลาฮูป เพื่อลดหน้าท้องหรือลดความอ้วน เน้นการเคลื่อนไหวกล้ามเนื้อบริเวณหน้าท้องและเอว ช่วยให้การลดไขมันหน้าท้องเห็นผลได้เร็วขึ้น แต่ทั้งนี้ต้องมีความสม่ำเสมอ และทำควบคู่ไปกับการทานอาหารประเภทผักผลไม้ ก็จะทำให้การลดหน้าท้องเห็นผลได้เร็วยิ่งขึ้น

วิธีลดพุงโดยควบคุมแคลอรี่ของอาหาร

เนื่องจากยุคนี้ เป็นยุคที่อะไรๆก็สะดวกสบายไปเสียทั้งหมด แค่ใช้เพียงปลายนิ้วเดียวสัมผัสหน้าจอคุณก็สามารถสั่งอาหารมาทานได้ตลอด 24 ชั่วโมงโดยไม่ต้องลุกจากเก้าอี้ ซึ่งความสะดวกสบายเหล่านี้นี่เอง ที่เป็นสาเหตุให้คนไทยในยุคปัจจุบันเสียสุขภาพ และเสียบุคลิกด้วยโรคอ้วนและลงพุงกันเสียมาก
พฤติกรรมการใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ ส่งผลเสียมากมายต่อสุขภาพ โรคอ้วนเป็นหนึ่งในภัยเงียบที่คร่าชีวิตคนไทยปีละไม่น้อยเลยทีเดียว ดังนั้น ก่อนที่เราจะศึกษาเรื่องการควบคุมแคลอรี่อาหาร เราควรลดพฤติกรรมเสี่ยงต่างๆเหล่านี้ให้ได้เสียก่อน

พฤติกรรมเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคอ้วนหรือลงพุง

1.นอนดึกกว่าเวลาที่เหมาะสม
2.ทานอาหารผิดเวลา
3.ละเลยการออกกำลังกาย
4.ดื่มน้ำหวานแทนน้ำเปล่า
5.กินอาหารที่ปราศจากคุณค่าทางอาหาร
6.มีความเครียดสะสม
7.กินอาหารไม่ครบมื้อ หรือ อดอาหาร

แล้วเราจะควบคุมแคลอรี่อาหารได้อย่างไร ?

ในบทความนี้ เราจะไม่เน้นย้ำถึงการควบคุมแคลอรี่อาหารเป๊ะๆแบบชั่ง ตวง วัด ตามที่เทรนเนอร์หลายๆคนได้แนะนำไว้ เพราะวิธีควบคุมแคลอรี่ตามหลักการคำนวณเหล่านั้น ใช้ไม่ได้ผลจริงเสมอไป และที่สำคัญคือ เป็นวิธีที่มีขั้นตอนจุกจิก ยุ่งยาก ไม่เหมาะกับไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ที่ทุ่มเทเวลาให้กับการทำงานและสร้างฐานะ ดังนั้น เราจึงรวบรวมวิธีการควบคุมแคลอรี่อาหารและการปรับปรุงพฤติกรรมเพื่อการลดน้ำหนักที่ได้ผลมาฝากกัน ตามรายละเอียดด้านล่างนี้

วิธีลดพุงด้วยการควบคุมแคลอรี่อาหารในยุค 4G

1.ห้ามอดอาหารโดยเด็ดขาด

การอดอาหารแบบหักดิบจนเกินไปนั้น ส่งผลเสียต่อร่างกายมากกว่าที่คุณคิด อันดับแรกเลย ร่างกายเราจะเข้าใจผิดว่าเรากำลังเข้าสู่สภาวะลำบาก และปรับสภาพร่างกายให้เผาผลาญพลังงานต่างๆให้น้อยลง เพื่อเก็บสะสมพลังงานไว้ใช้ยามจำเป็น ซึ่งพลังงานต่างๆที่ถูกสะสมนั้น ร่างกายเราจะนำไปเก็บไว้ที่พุงก่อนเลยเป็นอันดับแรก ตามมาด้วยต้นขา ต้นแขน และจุดอื่นๆตามลำดับ การสะสมไขมันตามจุดต่างๆของร่างกายนั้นเป็นไปได้ง่ายและใช้เวลาไม่นาน ผิดกับช่วงที่เราพยายามลดน้ำหนัก ร่างกายจะเลือกเผาผลาญจุดที่เก็บไขมันไว้เป็นอันดับท้ายๆก่อนและใช้เวลาที่ยาวนานกว่าตอนสะสมไว้เสียอีก ซึ่งก็แน่นอนว่า พุง คือจุดที่จะลดเป็นจุดสุดท้ายนั่นเองค่ะ

2.เลือกทานอาหารตรงกันข้ามกับที่เคยทานมา

แน่นอนว่าคุณอ้วนลงพุงเพราะเลือกทานอาหารที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย เต็มไปด้วยไขมันเลว และสารพิษต่างๆ ทำให้ตัวบวม ลงพุง และมีรูปร่างที่ไม่พึงประสงค์ เสี่ยงต่อโรคร้ายที่จะตามมาภายหลังได้อีกด้วย วิธีแก้ง่ายๆก็คือ เปลี่ยนมาทานอาหารที่คุณไม่เคยทานในช่วงเวลานั้น งดอาหารขยะประเภทฟาสต์ฟู้ด หันมาทานอาหารที่ปรุงด้วยวิธีเลี่ยงไขมัน เช่น ต้ม นึ่ง ตุ๋น อาจจะหาทานยากกว่าสักหน่อยแต่คุณก็ต้องทาน ถ้าอยากมีร่างกายที่เพอร์เฟค
ทุกครั้งที่คุณหิว อยากทานขนมจุบจิบ คุณก็ไม่จำเป็นต้องอด แค่เปลี่ยนมาทานขนมที่เต็มไขมันดีและโปรตีน เช่น ถั่วอบ ผลไม้ฟรีซดราย งาขาวหรืองาดำที่ผลิตมาในรูปแบบบาร์แท่งเล็กๆ ขนมที่เต็มไปด้วยใยอาหารและพลังงานที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายเหล่านี้ มักมีขายตามร้านโครงการหลวง ร้านภูฟ้า หรือซุปเปอร์มาเก็ตชั้นนำทั่วไป เป็นขนมที่มีประโยชน์และหาซื้อได้ง่าย ให้คุณค่าและทำให้อิ่มได้นานอีกด้วยค่ะ

3.งดนอนดึก

ไม่ว่าคุณจะเลิกงานดึกแค่ไหนก็ตาม หากคุณอยากให้พุงป่องๆเสียบุคลิกภาพนี้หายไป คุณต้องพยายามเข้านอนให้เร็วขึ้นกว่าเดิมให้ได้ โดยเริ่มจากการปรับเวลาเข้านอนให้เร็วขึ้นวันละครึ่งชั่วโมง จนกว่าร่างกายคุณจะปรับตัวได้ และเข้านอนก่อนเวลาห้าทุ่มได้ในที่สุด
เพราะการนอนดึก จะทำให้คุณตัวบวม เนื่องจากระบบการทำงานในร่างกายคุณผิดเพี้ยนไป อวัยวะต่างๆที่ควรได้พักผ่อนก็จะทำงานหนักมากขึ้น เช่นตับ ปอด และอื่นๆ เมื่ออวัยวะเหล่านั้นทำงานผิดเวลา ของเหลวในร่างกายก็จะไม่ได้รับการฟอกหรือไหลเวียนตามปกติ คุณจะหิวง่ายขึ้น และทานอะไรจุบจิบเพื่อดับความหิวนั้น ทันทีที่คุณทานผิดเวลา ระบบย่อยอาหารก็จะทำงานอย่างไม่เต็มประสิทธิภาพ และนอกจากโรคอ้วนแล้ว คุณอาจได้รับเชื้อไวรัสตับอีกเสบบีมาเป็นของแถม เนื่องจากตับทำงานหนักเกินไปนั่นเอง

4.ดื่มน้ำเปล่าจนเป็นนิสัย

น้ำสะอาดคือส่วนประกอบสำคัญในร่างกาย แต่คนยุคใหม่มักนิยมบริโภค ชา กาแฟ น้ำอัดลม และเครื่องดื่มมึนเมามากกว่า เพราะติดในรสชาติและความหวานสดชื่นที่แฝงไปด้วยอันตรายเหล่านั้น คุณทราบไหมว่าทุกครั้งที่คุณดื่มน้ำหวานหรือชา กาแฟ เข้าไป ร่างกายคุณจะดูดซึมเฉพาะของเหลว เหลือเพียงกากของเครื่องดื่มเหล่านั้นตกค้างไว้ตามจุดต่างๆในระบบทางเดินอาหาร ยิ่งถ้าคุณไม่ดื่มน้ำเปล่าเพิ่มเข้าไปเลย ก็ยิ่งยากที่ร่างกายเราจะขจัดสารพิษเหล่านั้นออกไปได้
ลองเปลี่ยนพฤติกรรม หันมาดื่มน้ำสะอาดอย่างเดียวสักหนึ่งเดือน คุณจะสังเกตได้ถึงรูปร่างและน้ำหนักที่ลดลง รวมไปถึงผิวพรรณที่เปล่งปลั่งอ่อนกว่าวัยที่คุณจะได้รับมาเป็นของแถมอีกด้วย

5.งดอาหารที่มีโซเดียมหนักๆเป็นส่วนประกอบ

ข้อนี้ไม่ได้บอกให้คุณงดโซเดียมอย่างเด็ดขาด แต่ให้งดโซเดียมที่ขาดคุณประโยชน์และอาจเป็นสารพิษในร่างกาย เช่นปลาเค็ม ปลาร้า ปลาจ่อม ไส้กรอก เบคอน แฮม บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ผลไม้หมักดองต่างๆ เป็นต้น เพราะอาหารแปรรูปเหล่านี้จะทำให้คุณเกิดอาการบวมน้ำ ลดน้ำหนักไม่ได้ ขนาดของรูปร่างไม่ลดลง และส่งผลเสียต่อระบบเผาผลาญของร่างกายได้อีกด้วย

6.ออกกำลังกายสัปดาห์ละ 2 ครั้ง

การลดแคลอรี่ที่ได้ผล จะเน้นการควบคุมอาหารมากกว่าการออกกำลังกาย ในสัดส่วน คุมอาหาร80% ออกกำลังกาย 20% การออกกำลังกายที่ดีต้องไม่หักโหม ควรใช้ท่าออกกำลังกายที่ไม่หนักมาก หากคุณไม่ได้ออกกำลังกายมาเป็นเวลานานๆ ไม่ควรเริ่มต้นด้วยการวิ่งจ๊อกกิ้งหรือมาราธอน เพราะกล้ามเนื้อคุณอาจบวม ฉีก และอักเสบได้ ควรเริ่มจากท่าเบาๆ เช่นการเต้นแอโรบิกประกอบเพลง โยคะง่ายๆ กายบริหารท่าเบสิค เป็นต้น
หากคุณทำได้ทั้งหมดตามที่เราแนะนำ รับรองว่าไม่นาน คุณก็จะได้รูปร่างที่เพอร์เฟคในแบบของคุณกลับคืนมา พร้อมๆกับสุขภาพที่แข็งแรง และผิวพรรณที่สดใสในแบบที่คุณไม่เคยเป็นมาก่อน ขอเพียงคุณมีใจที่จะเริ่มต้น และมีวินัยในการควบคุมตนเอง เท่านี้คุณก็ใกล้เส้นชัยไปครึ่งหนึ่งแล้ว

สลายไขมันหน้าท้องหลังคลอด

การตั้งครรภ์นำความสุขและความสมบูรณ์ให้กับครอบครัว ช่วงที่ตั้งครรภ์อยู่คุณแม่จะเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ซึ่งปริมาณอาหารที่รับประทานเข้าไปจะมีขนาดที่มากกว่าปกติถึงสองเท่า และสิ่งที่ตามมาคือน้ำหนักตัวที่สูงขึ้นกับหน้าท้องที่ยืนขึ้นมาเนื่องจากทารกในครรภ์ แต่หลังจากที่คลอดลูกออกไปแล้วสิ่งที่ยังหลงเหลืออยู่กับคนเป็นแม่ก็คือ ไขมันหน้าท้องก้อนขนาดใหญ่ ไขมันส่วนนี้คุณแม่มือทุกคนย่อมไม่ต้องการให้คงอยู่บนเรือนร่างอันสวยงามของตน วันนี้เรามีวิธีสลายไขมันหน้าท้องสำหรับคุณแม่หลังคลอดมาฝาก ดังนี้

1.ให้ลูกดื่มนมแม่

การที่ลูกดื่มน้ำนมจากนมแม่ เป็นการกระตุ้นการใช้พลังงานได้เป็นอย่างดี เพราะเมื่อลูกดื่มน้ำนมจากเต้านมของแม่ ร่างกายจะต้องทำการผลิตน้ำนมขึ้นมาเพื่อทดแทนน้ำนมที่สูญเสียไป ซึ่งกระบวนการสร้างน้ำนมนี้ต้องใช้พลังงานสูงและต้องดึงไขมันจากร่างกายมาใช้เป็นแหล่งพลังงาน ดังนั้นการให้ลูกดื่มน้ำนมของแม่จึงเป็นวิธีที่ช่วยสลายไขมันหน้าท้องหลังคลอดที่ได้ผลดีมาก

2.ควบคุมอาหาร

คุณแม่หลังคลอดที่ต้องให้นมบุตรเองจะมีความต้องการอาหาร เนื่องจากร่างกายต้องสูญเสียน้ำ สารอาหารไปกับน้ำนมให้ลูก จึงต้องการอาหารโดยเฉพาะอาหารหวานที่เป็นแหล่งพลังงานสูง ดังนั้นการเลือกอาหารที่มีประโยชน์ และให้พลังงานสูง เช่น โปรตีนจากเนื้อสัตว์ ไขมันจากปลาทะเล น้ำเต้าหู้ ผักและผลไม้ จะช่วยให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนกับความต้องการของร่างกายและความต้องการของบุตรจากนมแม่ แต่ให้พลังงานที่ต่ำ ร่างกายจึงต้องดึงไขมันหน้าท้องมาใช้เป็นแหล่งพลังงาน และลดการรับประทานอาหารที่มีแป้ง น้ำตาลหรือคาร์โบไฮเดรตสูง เช่น ของหวาน กะทิ น้ำตาล ขนมปัง แป้ง ถึงแม้ว่าการรับประทานอาหารเหล่านี้จะทำให้คุณแม่ที่ให้นมบุตรรู้สึกสดชื่นมีแรง แต่ว่าปริมาณสารอาหารที่ได้จะเข้าไปสะสมเพิ่มที่หน้าท้องมากขึ้น

3.การอยู่ไฟ

การอยู่ไฟเป็นกิจกรรมที่คุณแม่หลังคลอดควรที่จะกระทำถ้าสามารถกระทำได้ เนื่องจากการอยู่ไฟคุณแม่จะต้องอยู่ในตู้อบหรือเตาอบหรือทำการประคบร้อนที่บริเวณหน้าท้อง เพื่อช่วยในการขับของเสียที่คั่งค้างอยู่ในมดลูกให้ออกมาจนหมด และช่วยกระชับมดลูกด้วย ซึ่งการอยู่ไฟร่างกายจะต้องอยู่ในสภาวะแวดล้อมที่มีอุณหภูมิที่สูงอย่างน้อย 1 ชั่วโมง อุณหภูมิที่สูงจะช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบเผาพลาญไขมันหน้าท้อง ทำให้มีการเปลี่ยนไขมันมาเป็นพลังงานหรือขับออกมาในรูปของเหงื่อมากขึ้น ปริมาณไขมันที่หน้าท้องจึงมีขนาดที่ลดลง

3.ออกกำลังการ

การออกกำลังกายสำหรับคุณแม่หลังคลอดสามารถแบ่งออกเป็น 2 ช่วง ดังนี้
– 1สัปดาห์-3 เดือนหลังคลอด
ช่วงเวลานี้คุณแม่หลังคลอดจะมีอาการปวดแผลจากการคลอดลูกอยู่ จึงไม่ควรออกกำลังกายหนักเหมือนคนทั่วไป แต่ก็สามารถทำการบริหารกล้ามเนื้อหน้าท้องได้ ด้วยการเกร็งกล้ามเนื้อหน้าท้องครั้งละประมาณ 1 นาที ทำวันละ 12-24 ครั้ง หรือทำจะการแกว่งแขนวันละ 10 นาทีต่อวัน จะช่วยกระชับและสร้างความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อหน้าท้องได้เป็นอย่างดี
-มากกว่า 3 เดือน
ช่วงเวลานี้คุณแม่หลังคลอดมีความแข็งแรงเกือบเต็มร้อยเหมือนคนทั่วไป ดังนั้นคุณแม่จึงสามารถทำการออกกำลังกายได้เหมือนคนปกติทุกอย่าง ไม่ว่าจะว่ายน้ำ วิ่ง หรือการออกกายบริหารเฉพาะที่บริเวณหน้าท้องเพื่อให้กล้ามเนื้อหน้าท้องกระชับและแข็งแรง แต่ถ้าคุณแม่ท่านใดยังรู้สึกว่าไม่พร้อมก็สามารถทำการออกกำลังกายเบา ๆ เช่น การเดิน การเล่นโยคะ เป็นต้น เพื่อให้ร่างกายแข็งแรงและสามารถช่วยสลายไขมันหน้าท้องได้เช่นเดียวกัน

4.พักผ่อนให้เพียงพอ

การเป็นคุณแม่ลูกอ่อนโดยเฉพาะคุณแม่ที่ต้องเลี้ยงลูกเอง มักจะได้รับการพักผ่อนที่ไม่เพียงพอจึงทำให้ระบบการเผาพลาญไขมันของร่างกายเกิดความผิดปกติ ดังนั้นคุณแม่ต้องพยายามที่จะพักผ่อนให้มาก เมื่อลูกนอนคุณแม่ก็ต้องนอนพร้อมไปกับลูก อย่าพยายามทำกิจกรรมอื่น ๆ ในขณะที่ลูกหลับจนคุณแม่ไม่ได้นอน เพราะเมื่อระบบการเผาพลาญไขมันของร่างกายไม่ดีทำให้ไม่สามารถลดสลายไขมันที่หน้าท้องได้แล้ว ปริมาณน้ำนมที่เกิดขึ้นก็จะลดน้อยลงจนไม่เพียงพอต่อความต้องการของลูกน้อยอีกด้วย
ไขมันหน้าท้องที่เกิดขึ้นหลังจากที่คลอดลูกแล้วเป็นไขมันที่สามารถขจัดออกไปได้อย่างง่ายดาย เพราะเป็นไขมันที่มีการสะสมมาในระยะเวลาอันสั้นไม่กี่เดือนเท่านั้น แต่คุณแม่ต้องมีระเบียบในการเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์เน้นผักผลไม้ ลดของหวานและน้ำตาล พักผ่อนให้ได้อย่างน้อย 6- 8 ชั่วโมงและออกกำลังอย่างต่อเนื่องแม้จะเป็นการออกกำลังการเล็กน้อยก็ยังดี ปฏิบัติเพียงเท่านี้ ไขมันหน้าท้องของคุณแม่หลังคลอดก็จะหมดไป กลับมามีหุ่นเพรียวสวยเหมือนก่อนที่จะท้องอีกครั้งได้ไม่ยาก

ต้องลดพุงเทคนิคแก้ปวดหลังแบบง่ายๆ

ปัจจุบันนี้ คนรุ่นใหม่ต้องเผชิญกับวิถีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ตารางการใช้ชีวิตประจำวันเริ่มคลาดเคลื่อน ส่งผลให้คนไทยโดยเฉพาะอย่างยิ่งหนุ่มสาววัยทำงานมีปัญหาสุขภาพตามมามากมาย ทั้งโรคอ้วน ไวรัสตับอักเสบบี ความดันโลหิตสูง และโรคยอดฮิตอย่างออฟฟิศซินโดรม ปวดหลัง คอ บ่า ไหล่ เป็นต้น

สาเหตุหลักๆที่ทำให้เกิดอาการปวดเมื่อยตามจุดต่างๆในร่างกายคือ…

1.การนั่งที่ไม่ถูกสุขลักษณะ
2.แบกสัมภาระระหว่างเดินทางหนักเกินไป
3.ยืนหรือนั่งทำงานเป็นเวลานานๆ
4.เริ่มมีรูปร่างผิดปกติจากการใช้ชีวิตผิดตารางเวลา
5.ติดโทรศัพท์มือถือ ก้มมากเกินไป ทำให้ปวดเมื่อย

และทันทีที่คุณมีรูปร่างผิดปกติจากการใช้ชีวิตแบบคนคนรุ่นใหม่ตามที่กล่าวไว้ข้างต้น ปัญหาด้านสุขภาพก็จะออกอาการตามมาเป็นเงาตามตัว ส่งผลไปถึงบุคลิกภาพที่เสียไปและทำให้คุณดูไม่ดีเหมือนเมื่อก่อน หนักที่สุดคือาการปวดหลังและออฟฟิศซินโดรม อาการเหล่านี้อาจพัฒนาจนกลายเป็นโรคหมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อนได้อีกด้วย คุณอาจต้องลางาน หรือตกงานเป็นเวลาหลายเดือนจนกว่าจะหายเป็นปกติ ซึ่งในบทความนี้ เราได้รวบรวมเทคนิคต่างๆในการแก้ปัญหาสุขภาพ ที่เกิดจากการใช้ชีวิตผิดวิธีมาฝากกัน ตามรายละเอียดด้านล่างนี้

เทคนิคลดพุงเพื่อแก้อาการปวดหลังอย่างถาวร

1.ลดพุงด้วยเทคนิคการแกว่งแขวนตามเทคนิคแพทย์แผนจีน

การแกว่งแขน เป็นหนึ่งในวิธีรักษาโรคตามการแพทย์แผนจีน เป็นวิธีที่ทำได้ง่ายและทำได้ทุกที่ มีขั้นตอนง่ายๆในการทำดังนี้
ยืนตัวตรง กางขาออก ปลายเท้าเสมอหัวไหล่ หันฝ่ามือเข้าหาลำตัว แกว่งแขนไปด้านหน้า 60 องศา ด้านหลัง 30 องศา ไม่เหวี่ยงแรงจนเกินไป ระหว่างทำก็เกร็งกล้ามเนื้อหน้าท้องไปด้วย ทำซ้ำจนกว่าจะพอใจ ไม่นานก็เห็นผล

2.ลดพุงด้วยท่าแพลงค์อย่างง่ายๆ

ท่าแพลงค์เป็นท่าที่ทำได้ง่าย แต่ได้ผลและเรียกเหงื่อมากที่สุด แรกๆเราขอแนะนำให้คุณทำท่าแพลงค์อย่างง่ายๆ มีเสื่อโยคะสักผืนปูรองบนพื้นที่กว้างๆ เพียงเท่านี้คุณก็ลดพุงด้วยท่าแพลงค์ได้แล้ว
สวมชุดออกกำลังกายเพื่อเซฟกล้ามเนื้อ ใส่ปลอกกันกระแทกบริเวณข้อศอก สวมรองเท้ากีฬาเพื่อป้องกันการบาดเจ็บในส่วนนิ้วเท้า เพราะท่านี้ต้องออกแรงที่นิ้วเท้าเป็นพิเศษ
นอนคว่ำตัวลง ปรับลำตัวให้ขนานกับพื้น ปลายเท้าตั้งฉากลอยจากพื้นเสมอลำตัว ใช้ศอกวางขนานกับช่วงไหล่ นับค้างไว้ครั้งละ 20 วินาทีเป็นขั้นต่ำ ทำซ้ำวันละ 30 เซ็ต ไม่เกินสองเดือน หน้าท้องของคุณจะยุบลงเหลือแต่กล้ามเนื้อที่ดูแข็งแรงมากขึ้น

3.ลดพุงง่ายๆระหว่างเวลาทำงาน ด้วยท่า Vacuum

ท่า Vacuum คือหนึ่งในท่าออกกำลังกายลดพุงที่ทำได้ง่าย ทำได้ทุกที่ ทุกเวลา เพียงคุณนั่งบนเก้าอี้ทำงาน ก็สามารถทำได้แล้ว
วิธีทำท่า Vacuum ที่ถูกต้องคือ นั่งตัวตรงบนเก้าอี้ ไม่พิงพนัก ลำแขนสองข้างทิ้งแนบลำตัว เกร็งหน้าท้องค้างไว้ 15 วินาที หายใจเข้าลึกๆ ครบตามเวลาแล้วปล่อย ค่อยๆผ่อนลมหายใจช้าๆ ทำซ้ำจนกว่าคุณจะพอใจ วิธีนี้จะช่วยลดพุงอย่างได้ผล

4.ลดพุงด้วยการแขม่วหรือเกร็งหน้าท้อง

ระหว่างนั่งหรือยืนทำงาน การแขม่วหน้าท้อง หรือเกร็งกล้ามเนื้อบริเวณพุงเป็นพักๆก็ช่วยได้มาก การแขม่วพุงที่ถูกวิธีคือ หายใจเข้าออกตามปกติ เกร็งหน้าท้องค้างไว้ 10-20 วินาที แล้วปล่อย ทำติดต่อกันวันละ 30 เซ็ตขึ้นไป ไม่เกินหนึ่งเดือน คุณจะรู้สึกได้ถึงกล้ามเนื้อหน้าท้องที่แข็งแรงขึ้น พุงจะค่อยๆยุบลง อาการปวดหลังก็จะหายไป หากทำอย่างสม่ำเสมอ

5.ลดพุงด้วยอุปกรณ์ง่ายๆที่มีในบ้าน

ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องซื้ออุปกรณ์ออกกำลังกายแพงๆ มาใช้แทนราวตากผ้าที่บ้านให้สิ้นเปลืองอีกต่อไป เพียงคุณใช้เฟอร์นิเจอร์ที่บ้านแทนอุปกรณ์ออกกำลังกาย เช่นเคาน์เตอร์ครัวใช้ลดต้นแขน โซฟาใช้ช่วยทำท่าแพลงค์แบบง่ายๆ และช่วยในการซิทอัพ เป็นต้น
ปล.การทำงานบ้านสัปดาห์ละ 2-3 ครั้งก็ช่วยได้นะ

6.ลดพุงด้วยการควบคุมแคลอรี่อาหาร

วิธีนี้ช่วยลดพุงได้ดีที่สุด เพราะการควบคุมแลอรี่อาหารทำให้คุณลดน้ำหนักได้รวดเร็วกว่าการออกกำลังกายเสียอีก สัดส่วนในการควบคุมน้ำหนักเพื่อลดพุงแก้ปวดหลังที่ดีนั้น ควรอยู่ที่ ควบคุมอาหาร 80% ออกกำลังกาย 20% งดอาหารฟาสต์ฟู้ด อาหารตามร้านสะดวกซื้อที่ต้องเข้าไมโครเวฟ เน้นทานผักผลไม้ งดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ทานอาหารที่ปรุงด้วยวิธี ต้ม นึ่ง ตุ๋น เข้านอนแต่หัวค่ำ งดทานมื้อดึก ช่วงแรกๆคุณอาจจะทรมานสักหน่อย แต่ไม่นานเมื่อร่างกายของคุณเริ่มปรับสภาพได้ คุณก็จะชินไปเอง

7.ลดพุงด้วยการปรับบุคลิกภาพในชีวิตประจำวัน

การปรับบุคลิกภาพนั้นมีส่วนสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะการเดิน ยืน นั่ง ที่ผิดวิธีก็มีส่วนทำให้คุณเกิดอาการปวดหลังได้เช่นกัน
เริ่มจากการเดิน ก่อนอื่น คุณต้องยืนตัวตรง แขนสองข้างแนบตามลำตัว ไม่เกร็ง ไม่ฝืน ศรีษะตั้งตรง มองไปข้างหน้า ก้าวขาข้างใดก่อนก็ได้ ใช้แขนฝั่งตรงกันข้ามยื่นไปด้านหน้า ยกตัวอย่างเช่น เมื่อเราก้าวขาซ้ายไปด้านหน้า แขนข้างที่ยื่นไปด้านหน้าต้องเป็นแขนขวา เป็นต้น
การนั่ง เก้าอี้ที่ใช้นั่งต้องเป็นเก้าอี้ที่เหมาะสมกับสรีระ นั่งให้เต็มเบาะ หลังชนพนักพิงพอดี แขนวางข้างลำตัว ปลายมือยื่นตรงไปที่พื้น นั่นคือระยะที่เหมาะสมพอดีกับการจัดบุคลิกภาพอย่างง่ายๆ
หากคุณทำได้ทั้งหมด 7 ข้อนี้ รับรองได้ว่าไม่เกินสองเดือน อาการปวดหลังและปวดเมื่อยตามจุดต่างๆของร่างกายจะหายไปอย่างถาวร และบุคลิกภาพของคุณก็จะดีขึ้นมาด้วยตามลำดับ นอกจากนี้แล้วคุณยังได้รับผลพลอยได้เรื่องผิวพรรณที่ดีเพิ่มมาอีกหนึ่งอย่าง เพราะร่างกายของคุณได้ขับของเสียออกมาทางเหงื่อ เลือดฝาดไหลเวียนและสูบฉีดได้ดี ผิวของคุณจะดูมีชีวิตชีวาเปล่งปลั่งมากขึ้นจนคุณรู้สึกได้

ออกกำลังกายหน้าท้องไม่ลด

การออกกำลังกายเพื่อให้มีรูปร่างสมส่วนทำได้หลายวิธี และการดูแลรูปร่างที่ดีต้องไม่ปล่อยให้มีไขมันสะสมอยู่ตามส่วนต่างๆของร่างกาย กล้ามเนื้อต้องกระชัย หน้าท้องต้องมีซิกแพก หรือ Abs (Abdominal Muscles) แต่หลายคนออกกำลังกายแล้วหน้าท้องก็ยังไม่ลด เป็นเพราะสาเหตุใด บทความนี้มีคำตอบ

การออกกำลังกายเพื่อควบคุมน้ำหนัก

สำหรับคนที่มีน้ำหนักส่วนเกินหรือเป็นโรคอ้วน การออกกำลังกายเป็นวิธีควบคุมน้ำหนักหรือทำให้น้ำหนักตัวลดลงได้อย่างเห็นผล แต่ทั้งนี้ต้องเลือกรูปแบบกิจกรรมการออกกำลังกายที่เหมาะสม และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งนอกจากลดน้ำหนักได้แล้วยังควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในระดับที่เราต้องการโดยไม่กลับมาอ้วนอีก ประเด็นการออกกำลังกายยังไม่ได้มีประโยชน์เฉพาะการลดหรือควบคุมน้ำหนักเท่านั้น แต่ยังมีผลงานการวิจัยระบุว่าการออกกำลังกายด้วยการเล่นโยคะ มีส่วนช่วยลดความเครียดและทำให้มีสมาธิในการทำงานดีขึ้น

ความแตกต่างระหว่างการลดน้ำหนักและการลดไขมัน

คนส่วนใหญ่มักเข้าใจว่าการออกกำลังกายเพื่อลดน้ำหนัก ก็คือการทำให้ไขมันส่วนเกินที่สะสมอยู่ตามส่วนต่างๆของร่างกายหมดไป ทำให้น้ำหนักตัวลดลงและมีรูปร่างที่สมส่วน ซึ่งความเข้าใจเหล่านี้ไม่ถูกต้องทั้งหมด เพราะบางคนรูปร่างไม่อ้วน แต่มีไขมันส่วนเกินสะสมอยู่ตามส่วนต่างๆของร่างกาย โดยเฉพาะบริเวณหน้าท้อง เมื่อออกกำลังกายไขมันบริเวณหน้าท้องก็ยังไม่ลดลง นั้นเป็นเพราะการลดไขมันไม่ใช่การลดน้ำหนัก วิธีการออกกำลังกายจึงต้องแตกต่างกัน

การออกกำลังกายเพื่อลดน้ำหนัก คืออะไร

การออกกำลังกายเพื่อลดน้ำหนัก หมายถึง การทำให้น้ำหนักโดยรวมของร่างกายทั้งหมดลดลง ด้วยการอ้างอิงจากตัวเลขที่ปรากฎบนตาชั่งน้ำหนักเป็นเกณฑ์ ซึ่งนอกจากการออกกำลังกายแล้วการลดน้ำหนักอาจจะต้องมีวิธีการอื่นทำควบคู่ไปกับการออกกำลังกาย เช่น เน้นทานอาหารประเภทผักและผลไม้ เพื่อให้ร่างกายได้รับไฟเบอร์มากๆ ควบคุมปริมาณแคลอรี่ทำให้ร่างกายได้รับต่อวันน้อยลง เพื่อช่วยให้น้ำหนักลดอย่างรวดเร็ว

การออกกำลังกายเพื่อลดไขมัน คืออะไร

การออกกำลังกายเพื่อลดไขมัน หมายถึง การออกกำลังกายและควบคุมอาหารเพื่อขจัดไขมันส่วนเกินที่สะสมอยู่ตามส่วนต่างๆของร่างกายให้หมดไปแล้วสร้างกล้ามเนื้อขึ้นมาแทนที่ การออกกำลังกายเพื่อลดไขมันไม่ได้ให้ความสำคัญหรือหรือเอาตัวเลขของน้ำหนักตัวบนตาชั่งมาเป็นเกณฑ์ การขจัดไขมันเฉพาะส่วนไม่ได้ทำให้นำหนักเปลี่ยนแปลงไปมากนัก เพียงแค่ตัวช่วยเสริมเพื่อให้เราทราบถึงน้ำหนักมวลรวมที่เปลี่ยนแปลงไปเท่านั้น
ความแตกต่างระหว่างการลดน้ำหนักและการลดไขมัน ที่เห็นได้อย่างชัดเจนก็คือ การลดไขมันให้ความสำคัญกับหุ่นและรูปร่างที่กระชับแข็งแรงและได้สัดส่วน การออกกำลังกายของกลุ่มนี้จะเน้นไปที่การสร้างกล้ามเนื้อ ออกกำลังกายหนัก และต้องการโปรตีนในปริมาณที่มากเพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อ โดยทั่วไปการออกกำลังกายที่เหมาะสมมี 3 วิธีใหญ่ ได้แก่
1. การออกกำลังกายแบบใช้ออกซิเจน (aerobic exercise)
การออกกำลังกายโดยใช้ออกซิเจนในระบบเผาผลาญ เป็นการออกกำลังกายเพื่อเพิ่มสมรรถภาพของ
ปอดและหัวใจ ช่วยลดไขมันในเลือด ลดความดันโลหิต และลดความเครียดได้ ซึ่งการออกกำลังกายประเภทนี้จะไม่เน้นความแรงหรือความหนัก แต่จะเน้นเรื่องระยะเวลาที่ใช้ในการออกกำลังกายเป็นสำคัญ รูปแบบการออกกำลังกาย เช่น การวิ่ง ว่ายน้ำ และปั่นจักรยาน
สำหรับระยะเวลาในการออกกำลังกายแบบใช้ออกซิเจน หากต้องการออกกำลังกายเพื่อเพิ่มสมรรภาพของปอดและหัวใจ ควรใช้เวลาออกกำลังกายไม่น้อยกว่า 30 นาทีต่อครั้ง ส่วนการออกกำลังกายเพื่อลดความอ้วน ควรใช้เวลาในการออกกำลังกายประมาณ 45 นาที ถึง 1 ชั่วโมง
2.การออกกำลังกายเพื่อเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ (Strength Training)
การออกกำลังกายเพื่อเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ เป็นการออกกำลังกายแบบฝึกกล้ามเนื้อโดยการเพิ่มแรงต้านเฉพาะส่วน เช่น การยกน้ำหนัก การใช้ยางยืด การยกดัมเบล ซึ่งแต่ละท่าจะใช้วิธีทำซ้ำๆหลายๆครั้ง จุดประสงค์เพื่อเพิ่มความแข็งแร็งของกล้ามเนื้อ เพิ่มความสามารถในการทำงาน เพิ่มความสามารถในการเผาผลาญพลังงาน ลดไขมันเฉพาะส่วน เช่น ไขมันบริเวณพุงและหน้าท้อง
3.การออกกำลังกายเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่น (Flexibility)
การออกกำลังกายด้วยวิธีนี้แม้จะไม่ได้ลดไขมันโดยตรง แต่จะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่น เพิ่มความสามารถในการทรงตัวช่วยให้ร่างกายเคลื่อนไหวได้ดีขึ้น และช่วยลดปัญหาการยึดติดของข้อต่อ ซึ่งรวมถึงช่วยลดอาการปวดที่จะเกิดขึ้นในขณะเคลื่อนไหว

สาเหตุหลักๆ ที่ออกกำลังกายแล้วหน้าท้องไม่ลด

1.ออกกำลังกายไม่ถูกวิธี ปกติการออกกำลังกายทำได้หลายรูปแบบแต่การขจัดไขมันหน้าท้อง ควรเลือกวิธีออกกำลังกายเพื่อเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ (Strength Training) ซึ่งสามารถเผาผลาญพลังงาน หรือลดไขมันเฉพาะส่วนได้
2.ขาดความสม่ำเสมอ การออกกำลังกายเพื่อขจัดไขมันหน้าท้องนอกจากจะต้องใช้ระยะเวลาในการออกกำลังกาย เช่น ออกกำลังกายครั้งละไม่น้อยกว่า 30 นาที และต้องมีความสม่ำเสมอ หรือออกกำลังกายให้ได้อย่างน้อยสัปดห์ละ 3 ครั้ง
3.ใจร้อน ส่วนมากคนที่ออกกำลังกายโดยมีจุดประสงค์เพื่อต้องการลดความอ้วนหรือลดไขมันหน้าท้อง ต้องการเห็นผลอย่างรวดเร็ว ทำให้ออกกำลังกายอย่างหักโหมโดยหวังจะให้หน้าทองยุบหรือแบนราบอย่างรวดเร็ว เมื่อทำแล้วไม่เห็นผลก็จะเกิดความเบื่อหน่ายแล้วล้มเลิกไปในที่สุด
4.พฤติกรรมการบริโภค ไม่คุมอาหารหรือไม่ปรับเปลี่ยนพฤกรรมการบริโภคควบคู่ไปกับการบริหาร เช่น หลีกเลี่ยงอาหารประเภททอดๆ ลดของมัน
5.ขาดความรู้ที่ถูกต้อง การออกกำลังกายเพื่อลดพุงหรือทำให้หน้าท้องแบนราบ เป็นการสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อให้เข้ามาแทนที่ไขมัน นอกจากการออกกำลังกายอย่างถูกวิธี มีความสม่ำเสมอแล้ว ต้องมีความรู้เกี่ยวกับการสร้างกล้ามเนื้อ รู้จักอุปกรณ์ที่ใช้ออกกำลังกาย รู้หลักโภชนาการอย่างถูกต้อง
การออกกำลังกายเพื่อดูแลสุขภาพ หรือออกกำลังกายโดยมีจุดประสงค์เพื่อลดน้ำหนักส่วนเกิน สร้างกล้ามเนื้อและขจัดไขมันลดพุงลดหน้าท้อง ให้ประสบความสำเร็จและเห็นผลอย่างรวดเร็ว ขึ้นอยู่กับองค์ประกอบหลายๆด้าน แต่สิ่งสำคัญก็คือ ความมีระเบียบวินัยในตัวเอง เพราะการมีสุขภาพดี มีรูปร่างที่สมส่วนต้องเริ่มจากตัวเราเอง

ออกกำลังเพื่อลดหน้าท้องด้วย HIIT

การออกกำลังกายเป็นการดูแลสุขภาพที่มีหลายรูปแบบ และยังแบ่งออกเป็นหลายโซนเริ่มตั้งแต่ระดับเบาสุดจนถึงหนักสุด ซึ่งการออกกำลังกายในแต่ละโซนก็ส่งผลดีต่อสุขภาพแตกต่างกัน สำหรับผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับไขมันหน้าท้องหรือมีพุงยื่นออกมา HIIT คือเทคนิคการออกกำลังกายเพื่อการลดหน้าท้องอย่างรวดเร็ว

HIIT คืออะไร

HIIT ย่อมาจาก High Intensity Interval Training หมายถึง การออกกำลังกายแบบหนักและเบาสลับกันไปในช่วงระยะเวลาที่กำหนดไว้ เพื่อเร่งและลดอัตราการเต้นของหัวใจ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลดน้ำหนัก ลดไขมันส่วนเกินและสร้างกล้ามเนื้อ โดยปกติการออกกำลังกายแบบ HIIT จะใช้เวลาทั้งหมดประมาณ 30 นาทีต่อครั้ง แต่อัตราการเผาผลาญพลังงานจะมากพอๆกับการออกกำลังกายภายในระยะเวลาส 1-2 ชั่วโมง

HIIT ลดหน้าท้องอย่างรวดเร็ว ได้อย่างไร

มีผลงานการวิจัยในประเทศสวีเดน ระบุว่าการออกกำลังกายแบบ HIIT ช่วยเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อได้ดีมาก เนื่องจากการออกกำลังกายแบบหนักจะทำให้มีการนำพลังงานมาทดแทนได้มากกว่าการออกกำลังรูปแบบอื่น เพราะใช้คาร์โบไฮเดรตเป็นแหล่งพลังงานเมื่อร่างกายเสียคาร์โบไฮเดรตก็จะดึงไขมันมาใช้ทดแทน ทำให้สามารถลดหน้าท้องได้อย่างรวเร็ว แต่เพื่อให้ร่างกายได้พักผ่อนจากการออกกำลังกายแบบหนัก จึงไม่ควรทำติดต่อกันมากกว่า3 วันต่อสัปดาห์

HIIT กับเทคนิคออกกำลังกาย เพื่อลดหน้าท้องอย่างรวดเร็ว

HIIT คือการออกกำลังกายแบบเข้มข้นที่จะช่วยให้เห็นผลลัพธ์ได้อย่างรวดเร็ว ดังนั้นการ HIIT อย่างถูกวิธีก็คือช่วยให้ลดหน้าท้องได้อย่างเห็นผลในเวลาอันรวดเร็ว โดยมีเทคนิคการออกกำลังกาย ดังนี้
1.การวอร์มอัพ ก่อนออกกำลังกายทุกครั้งต้องมีการวอร์มหรืออบอุ่นกล้ามเนื้อ มีการยืดเส้นยืดสายเตรียมความพร้อมให้ร่างกายก่อน เพื่อป้องกันปัญหา และลดการบาดเจ็บที่อาจเกิดขึ้นจากการออกกำลังกายแบบ HIIT
2.กำหนดเวลา การกำหนดเวลาสำหรับการออกกำลังกายเป็นการวางแผนอย่างเป็นระบบ ตัวอย่างเช่น เลือกการออกกำลังกายด้วยการปั่นจักรยาน กำหนดความเร็วในการปั่นไว้อย่างน้อย 90 วินาที จากนั้นค่อยๆผ่อนความเร็วลงเหลือ 30 วินาที แล้วกลับไปปั่นด้วยความเร็วภายในเวลา 90 วินาที แล้วผ่อนความเร็วลงใช้เวลา 30 วินาทีเท่าเดิม อาจทำจาก 3-5 รอบแล้วเพิ่มเป็น 7-10 รอบ
3.ควรเลือกและโฟกัสการออกกำลังกายแบบ HIIT เพียงอย่างเดียว เพราะวิธีนี้จะทำให้มีความมุ่งมั่น ไม่ปรับเปลี่ยนไปเลือกการออกกำลังกายเพื่อลดหน้าท้องรูปแบบอื่นๆ ทำให้เสียเวลาและไม่เห็นผลได้ง่าย
4.มีเป้าหมายอย่างชัดเจน ตัวอย่าง เช่น ต้องลดหน้าท้อง หรือลดน้ำหนักให้ได้ภายใน 3 เดือนหรือ 6 เดือน

ประโยชน์ของ HIIT กับการออกกำลังกายเพื่อลดหน้าท้อง

HIIT เป็นเทคนิคการออกกำลังกายที่สามารถนำไปประยุกต์เข้ากับการออกกำลังกายได้เกือบทุกประเภท เช่น การวิ่ง ว่ายน้ำ การปั่นจักรยาน หรือกิจกรรมการออกกำลังกายรูปแบบอื่นๆ โดยสูตรที่นิยมนำมาปรับประยุกต์ใช้ คือ 2:1 ตัวอย่างเช่น ปั่นจักรยานเร็วๆ 90 วินาที แล้วผ่อนปั่นช้าๆ 30 วินาที แล้วกลับมาทำซ้ำแบบเดิมอีก 3-5 รอบหรือตามความต้องการ ประโยชน์ของ HIIT กับการออกกำลังกาย ได้แก่
1. ช่วยเร่งระบบเผาผลาญ การนำ HIIT มาประยุกต์ใช้กับการออกกำลังกายทุกประเภท จะช่วยกระตุ้นการทำงานของกล้ามเนื้อ ทำให้ร่างกายมีมวลกล้ามเนื้อไร้ไขมัน (Lean Muscle Mass) มากขึ้น
2. มีความต่อเนื่อง ทำให้เกิดการเผาผลาญไขมันอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ เพราะการออกกำลังกายแบบ HIIT เป็นการออกกำลังกายแบบหนัก จนทำให้หายหอบและถี่ ดังนั้นร่างกายจึงต้องใช้ออกซิเจนมากขึ้นทั้งระหว่างและหลังจากออกกำลังกาย นั่นหมายความว่าร่างกายเรา จะยังเผาผลาญไขมันไปเรื่อยๆประมาณ 1-2 ชั่วโมง หลังออกกำลังกายเสร็จ
3. ช่วยเผาผลาญไขมันส่วนเกินได้อย่างเห็นผล มีผลงานการวิจัยจากหลายสถาบันระบุว่าการออกกำลังกายแบบ HIIT หากปฎิบัติอย่างต่อเนื่อง เพียง 3 ครั้ง ต่อสัปดาห์ ครั้งละ 20 นาที สามารถเผาผลาญไขมันได้มากถึง 2 กิโลกรัม
4.ประหยัดเวลา การออกกำลังกายแบบ HIIT ตอบโจทย์ความต้องการของคนที่ต้องการลดน้ำหนักหรือลดหน้าท้องอย่างเร่งด่วน เพราะเป็นวิธีการออกกำลังกายที่ใช้เวลาไม่มากแต่สามารถเผาผลาญไขมันมากและเผาผลาญไขมันได้อย่างต่อเนื่อง
5.ดีและมีประโยชน์ต่อสุขภาพ การออกกำลังกายแบบ HIIT ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจ ความดันโลหิต และช่วยลดน้ำตาลในเลือด ทำให้ร่างกายตอบสนองต่ออินซูลินมากขึ้น เพราะพลังงานแคลอรี่ถูกนำไปใช้มากขึ้นร่างกายก็จะสะสมไขมันน้อยลง

วิธีการออกกำลังกายแบบ HIIT

การออกกำลังกายแบบ HIIT จะประกอบด้วย การออกกำลังกายอย่างหนัก และเบา ๆ สลับกัน ลักษณะการ HIIT นิยมนำไปประยุกต์กับการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ เพื่อขจัดไขมันหน้าท้อง เนื่องจากเป็นวิธีที่ทำแล้วเห็นผลได้อย่างรวดเร็ว
ตัวอย่างการออกกำลังกายแบบ HIIT
1.กระโดดเชือก 30 วินาที พัก 10 วินาที ทำสลับกันไปทั้งหมด 3-5 รอบ แล้วค่อยๆเพิ่มจำนวนรอบ เป็น 5-10 รอบ
2.การวิ่ง 15 นาที แบ่งเป็นวิ่งเร็ว 15 วินาที แล้วเปลี่ยนเป็นวิ่งเหยาะ 5 วินาที สลับกันไปจนครบ 15 นาที
3.ซิทอัพ 5 นาที โดยซิทอัพ 50 ครั้ง สลับกับการพัก 30 วินาที ไปเรื่อย ๆ จนครบ 5 นาที
4.วิดพื้น 30 ครั้ง สลับกับการพัก 30 วินาที ไปเรื่อย ๆ จนครบ 10 นาที
5.วิ่งอยู่กับที่ 50 วินาที แล้วพัก 10 วินาที ทำ 3-5 รอบ

ข้อควรระวังในการออกกำลังกายแบบ HIIT

การออกกำลังกายแบบ HIIT เหมาะสำหรับคนที่มีสุขภาพและร่างกายแข็งแรง คนที่มีปัญหาสุขภาพควรได้รับคำแนะนำจากแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญ เพื่อเลือกกิจกรรมและกำหนดวิธีการออกกำลังกายที่เหมาะสม ส่วนคนทั่วไปที่เริ่มออกกำลังกายแบบ HIIT ควรเลือกรูปแบบการออกกำลังกายแบบที่ตนเองชื่นชอบ เพื่อช่วยให้รู้สึกสนุกเพลิดเพลินไปกับการออกกำลังกาย
การมีไขมันส่วนเกินบริเวณหน้าท้อง หรือมีน้ำหนักตัวเกินมาตรฐานที่เรียกว่า โรคอ้วน นอกจากมีปัญหาต่อบุคลิกภาพแล้ว ยังเป็นปัญหาต่อสุขภาพในหลายๆด้าน HIIT คือเทคนิคการออกกำลังกาย ที่ช่วยขจัดปัญหาไขมันหน้าท้องได้อย่างรวเร็ว